12 ตุลาคม 2564 yarinda
ทิศทางของตลาด ECOMERCE จะเป็นอย่างไรต่อในปี 2025


eComerce ไม่ใช่เรื่องใหม่อีกต่อไป ยิ่งด้วยมีการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ยังไม่มีวี่แววจะสิ้นสุดลง ก็ยิ่งผลักดันให้ช่องทางการช้อปปิ้งออนไลน์เพิ่มบทบาทมากขึ้นอีก 

จากงานสัมนา GroupM Focal 2021 ที่ผ่านมา โดย Irene Huang, Head of eCom Mindshare Thailand ได้นำคำพูดของ  Jean-Paul Agon, CEO ของ L’Oréal ที่พูดไว้ว่า “Ecommerce isn’t the cherry on the cake, it’s the new cake.” 

 

 

 

 

ซึ่ง Irene ได้หยิบคำกล่าวนี้ขึ้นมาพูดเพื่อสะท้อนให้เห็นว่า อีคอมเมิร์ซในยุคต่อไปจะเพิ่มบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ เห็นได้จากช่วงที่มีการแพร่ระบาด ผู้บริโภคในเอเชียประมาณ 39% เปลี่ยนช่องทางซื้อของไปที่ออนไลน์มากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมาตรการล็อกดาวน์ที่ทำให้ผู้คนต้องอยู่บ้านกันมากขึ้น

อีกทั้ง Irene ยังได้คาดการณ์เกี่ยวกับอีคอมเมิร์ซในอีก 4 ปีข้างหน้าว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างมาก อย่างน้อยๆ จำนวนนักช้อปออนไลน์จะเพิ่มขึ้นเป็น 43 ล้านคน จากปัจจุบันที่มี 36 ล้านคนในไทย  Irene ได้แบ่งเป็น 5 สิ่งที่จะเกิดขึ้น หรือเห็นมากขึ้นในอนาคตสำหรับอีคอมเมิร์ซ ได้แก่

- Fast and faster delivery
การจัดส่งสินค้าแน่นอนว่ามันจะมาพร้อมกับการช้อปปิ้งออนไลน์ แต่ในอนาคตคาดว่าการจัดส่งจะยิ่งรวดเร็วมากขึ้นอีก โดยมองว่าการแข่งขันในด้านนี้จะสูงขึ้น และระยะเวลาการจัดส่งภายใน 24 ชั่วโมง เราจะเห็นกันมากขึ้นในอนาคตอันใกล้ ยิ่งหลายๆ ประเทศยังมีการล็อกดาวน์ ดังนั้น ความคาดหวังที่ผู้ซื้อจะสั่งซื้อแล้วได้ของเลยวันเดียวกันจะสูงขึ้น

เช่น วันพรุ่งนี้เราจำเป็นต้องซื้อของขวัญวันเกิด เราก็สามารถกดสั่งซื้อและรอรับสินค้าได้เลยทันที โดยจะใช้เวลาขนส่งน้อยลง

- Growth of Cross-border
การสั่งซื้อของจากต่างประเทศโดยตรงเป็นที่นิยมมาสักพักใหญ่ของผู้บริโภคบางกลุ่ม ซึ่งความนิยมตรงนี้จะเพิ่มขึ้น เพราะแพลตฟอร์มการช้อปปิ้ง และการจัดส่งสินค้าสามารถสร้างความพอใจได้ง่าย สะดวก ใช้เวลาไม่นาน ราคาถูกกว่าในไทย ดังนั้น ในอนาคตเทรนด์นี้จะเพิ่มขึ้นอย่างน่าสนใจ

- D2C on the rise
กลยุทธ์แบบ Direct-to-Customer (D2C) หรือ รูปแบบธุรกิจที่ผู้ผลิตสามารถส่งสินค้าตรงไปยังลูกค้าได้เลย โดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง เห็นได้ชัดว่าเพิ่มขึ้นมากตั้งแต่ที่มีการแพร่ระบาด แตไม่ได้หมายความว่าการซื้อสินค้าบน marketplace สำหรับแบรนด์หรือธุรกิจจะหายไป เพียงแต่การออเดอร์โดยตรงจากช่องทางของแบรนด์จะถูกให้ความสำคัญมากขึ้น เพราะการสร้างประสบการณ์ในการซื้อของที่ดีกว่าสำหรับลูกค้า เป็น mission ที่ทุกธุรกิจให้ความสนใจมากในเวลานี้

- Social and chat commerce integration
ขั้นตอนนี้ถือว่ามีความจำเป็นมากที่ธุรกิจต้องพัฒนาและปรับปรุง เพราะการซื้อสินค้าออนไลน์มาพร้อมกับความเสี่ยง และความเสี่ยงนั้นๆ เช่น สั่งของแต่ไม่ได้ของ, ของมาช้า ฯลฯ จำเป็นต้องมีช่องทางที่ติดต่อกับแบรนด์ได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นการแชท, การโทร

ถึงแม้ว่าปัจจุบันทุกธุรกิจจะมีการเตรียมพร้อมในด้านนี้อยู่แล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าช่องทางการติดต่อกับผู้บริโภคจะทำได้ดีทุกแบรนด์ ซึ่งความประทับใจจากโซลูชั่นนี้อยู่ในขั้นตอนความคาดหวังมากกว่าที่เราคิด

- The need for new experience
ปัจจัยเรื่องประสบการณ์ลูกค้าอาจไม่ต้องอธิบายเพิ่มเติมมากนัก เพราะใครๆ ก็พูดถึง journey ลูกค้ามาตลอด แต่สิ่งที่แบรนด์ต้องทำและ keep doing ตลอดเวลาก็คือ ช่องทางที่จะทำให้เราเข้าถึงลูกค้าได้จริงๆ ทำให้พวกเขารู้สึกไม่โดดเดี่ยว หรืองงกับกระบวนการซื้อของ ไปจนถึงการติดตามสถานะส่งของ ฯลฯ ซึ่งรายละเอียดเล็กน้อยตรงนี้สามารถทำให้ลูกค้าเกิดความไม่ประทับใจได้ง่ายมาก