02 มีนาคม 2563 yarinda
สร้าง CALL TO ACTION (CTA) ให้ลูกค้าอยาก”คลิก”มากยิ่งขึ้น

ก่อนที่เราจะเข้าสู่เทคนิคการสร้าง Call to action (CTA) เรามาทำความรู้จักกันก่อนว่า Call to action (CTA) คืออะไร?
Call to Action หรือ CTA คือปุ่มในจุดสุดท้ายที่จะเปลี่ยนให้ผู้รับชมทั่วไป เข้ามาสู่กระบวนการคลิกเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง เช่น สมัครสมาชิก ลงทะเบียน นำผู้ชมมายังเว็บไซต์ หรือแม้กระทั่งซื้อสินค้า มักจะเห็นกันในเว็บไซต์ หรือโฆษณาโซเชียลมีเดียต่างๆ และด้วย Call to Action คือปุ่มที่นำพาผู้ชมให้ทำบางสิ่งที่เป็นเป้าหมายของนักการตลาด จึงเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่มีความสำคัญมากสำหรับการตลาดออนไลน์

แต่แค่ปุ่ม Call to Action ปุ่มเดียว ไม่มีองค์ประกอบอื่นที่จะช่วยกระตุ้นให้คนตัดสินใจคลิกได้เลยนั้น เป็นไปได้ยากที่จะหวังผลลัพธ์ที่ต้องการ ดังนั้นการสร้าง Call to Action ให้คนอยากคลิกจึงมี 2 องค์ประกอบสำคัญหลักๆ นั่นก็คือ
-Copywriting      : คำเขียนโฆษณา หรือคำอธิบาย ก่อนจะพาผู้ชมให้เกิดการคลิก ที่ปุ่ม 
-Call to action Call to action    : คำกระตุ้น หรือปุ่มกระตุ้น ให้เห็นแล้วอยากคลิก

ทั้ง 2 องค์ประกอบ จะต้องสนับสนุนกัน ช่วยพากันทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าอ่านแล้วอยากจะคลิก หรือยอมกดเพื่อรับสิ่งตอบแทนบางอย่างได้ ถ้าปุ่มโดดเด่นน่าสนใจ แต่ Copywriting ธรรมดา ก็ไม่ได้ทำให้คนมีความต้องการมากพอที่จะคลิก หรือในกรณีตรงกันข้าม ถ้ามีการเขียน Copywriting เชิญชวนที่ดี แต่ปุ่ม Call to action กลับคลุมเครือ ไม่โดดเด่น ไม่น่าสนใจ คนก็ไม่เกิดความรู้สึกอยากคลิกเช่นเดียวกัน

ในวันนี้ทาง Steps Academy จึงรวบรวมเทคนิคดีๆ ในการสร้าง Call to Action มานำเสนอ ทั้งส่วนของปุ่ม Call to Action เอง และส่วนของ Copywriting จะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลย
1. ใช้เทคนิค “Fear of Missing Out” เข้าช่วย
หลักจิตวิทยาด้านความรู้สึกนี้ จึงทำให้ FOMO ถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการตลาด ซึ่งความหมายของ FOMO ในมุมการตลาดนั้น คือข้อความหรือวิธีการใดๆ ที่จะช่วยกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกกลัวว่าจะพลาดบางสิ่งไป เพื่อเพิ่มโอกาสหรือแนวโน้มที่พวกเขาจะลงมือทำในสิ่งที่คุณต้องการ อย่างเช่น กดสั่งซื้อสินค้า เป็นต้น

2.ใช้เทคนิคไขข้อสงสัย หรือคลายความกังวลของลูกค้าลงไปในคำอธิบาย
ตัวอย่างที่มักพบเห็นได้บ่อยครั้ง คือผู้ชมไม่ตัดสินใจกด CTA เพื่อสมัครรับบริการบางอย่างฟรีๆจากธุรกิจคุณ เพราะยังมีความกังวลใจอะไรบางอย่าง ตัวอย่างเช่น ไม่แน่ใจว่ากดสมัครได้ฟรีจริงๆหรือเปล่า มีระยะเวลาจำกัดหรือไม่ มีรายละเอียดที่เป็นเงื่อนไขของบริการอยู่บ้างหรือเปล่า เราสามารถตั้งคำถามที่อาจจะเกิดขึ้นจากความสงสัยของลูกค้าขึ้นมาก่อน หลังจากนั้นจึงบอกข้อมูลบางอย่างหรือตอบคำถามที่ช่วยคลายข้อสงสัยจุดนั้นๆลงไปใน Copywriting เพื่อนำพาให้ผู้ชมกดปุ่ม CTA ต่อได้ทันที อย่างไม่มีอะไรติดใจ

3.ใช้ประสบการณ์ลูกค้าเก่า (Social Proof) การันตีให้เกิดความน่าเชื่อถือ
เป็นอีกเทคนิคยอดนิยมหนึ่ง ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้ชมในยุคปัจจุบันนี้มากๆ เพราะทุกวันนี้ผู้บริโภคเขามักจะเชื่อผู้บริโภคด้วยกันเอง เวลาจะซื้อสินค้าอะไรก็ตาม มักจะต้องดูรีวิวก่อน หรือถามความคิดเห็นจากคนรอบตัวที่เคยซื้อสินค้านั้นๆมาแล้ว

4.นำเสนอรายละเอียดตรงไปตรงมา ว่าคลิกแล้วได้อะไร และดียังไงบ้าง
แน่นอนว่าก่อนที่คนจะตัดสินใจคลิก หรือทำการสมัครอะไรก็ตาม มักจะต้องรู้ให้แน่ใจก่อนว่า จะต้องได้บางสิ่งบางอย่างกลับไป ถึงจะยอมคลิก ดังนั้นการบอกรายละเอียดของสิ่งที่ผู้ชมจะได้รับ เหตุผลที่ควรสมัคร รวมถึงประโยชน์ที่จะได้ ลงไปใน Copywriting เลย ก็เป็นอีกเทคนิคหนึ่งที่ช่วยเพิ่มความรู้สึกสนใจของผู้รับชมได้ 

 

 

ที่มา : stepstraining