18 เมษายน 2563 yarinda
COVID-19 เปลี่ยนวิถีชีวิตประจำวัน

COVID-19 เปลี่ยนวิถีชีวิตประจำวัน – คนเอเชียอยู่กับมือถือ 7.3 ชั่วโมงต่อวัน


สถานการณ์ “COVID-19” สร้างผลกระทบเป็นวงกว้าง และยาวนาน โดยยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อไร เพราะฉะนั้นเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด และไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายไปกว่านี้ ในหลายประเทศได้ใช้มาตรการตั้งแต่ให้ประชาชนอยู่บ้าน ปิดสถานที่ต่างๆ, จำกัดเวลาการออกนอกบ้าน ไปจนถึง Lockdown หรือปิดเมือง – ปิดประเทศ ซึ่งล่าสุดประเทศไทยได้ประกาศเคอร์ฟิว ห้ามประชาชนออกจากบ้านตั้งแต่ 22.00 – 04.00 น.

Yazle Media อ้างอิงข้อมูลสำรวจวิจัยจาก YouGov เดือนมีนาคมนี้ ฉายภาพผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศแถบเอเชีย ต่างหลีกเลี่ยงสถานที่สาธารณะมีผู้คนแออัด โดยเลือกที่จะอยู่กับบ้านมากกว่า ดังนี้


-จีน 85%
-ฮ่องกง 83%
-ไต้หวัน 76%
-มาเลเซีย 73%
-ประเทศไทย 70%
-สิงคโปร์   68%
-ฟิลิปปินส์ 67%
-อินโดนีเซีย 28%

สิ่งที่ตามมา คือ คนอยู่กับบ้าน ทำให้การใช้ชีวิตนอกบ้านลดลง นั่นหมายความว่ากิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันของคนหลายกิจกรรม ย้ายจะไปอยู่บน “ออนไลน์” หรือ “แพลตฟอร์มดิจิทัล” มากขึ้น ตั้งแต่ตื่นนอน ถึงเข้านอน ไม่ว่าจะทำงาน เรียน ยามพักผ่อนเปิดรับสื่อบันเทิงออนไลน์ เช่น Video Streaming ซื้ออาหารสั่งผ่านแอปฯ Food Delivery พูดคุยติดต่อทั้งเรื่องส่วนตัว และเรื่องงาน

 

 

ข้อมูลจาก QuestMobile ระบุว่านับตั้งแต่เกิด COVID-19 นับตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมา ผู้บริโภคใช้เวลากับออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง


-ต้นเดือนมกราคา อยู่ที่ 6.1 ชั่วโมงต่อคนต่อวัน
-ปลายเดือนมกราคา เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 6.8 ชั่วโมงต่อวัน
-เดือนกุมภาพันธ์ ขยับขึ้นมาที่ 7.3 ชั่วโมงต่อวัน

 

 

 

ที่มา : marketingoops