08 พฤษภาคม 2564 yarinda
WORK FROM HOME - HUMAN SOCIAL NEEDS

ด้วยการระบาดระลอกใหม่ของ COVID-19 ในช่วงปลายปี 2020 ส่งผลให้เหล่า Office Worker ต้องกลับสู่ภาวะ WFH (Work from Home) กันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ หลายๆ ท่านสามารถปรับตัวได้ดีขึ้น ในขณะที่บางท่านบ่นว่า WFH ครั้งแรก ทำให้น้ำหนักขึ้น บางท่านเสีย Work-life Balance เพราะต้องทำงานจนดึกจนดื่น และมีความเครียดมากขึ้น

เราได้นำข้อมูลจากกลุ่มบริษัทอินเทจ เป็นการสัมภาษณ์บุคคลทั่วไปจำนวน 500 ตัวอย่าง ผ่านทาง Asia Panel เพื่อสอบถามว่าคนส่วนใหญ่ รู้สึกอย่างไรกับการ WFH รอบนี้ พบว่า ผู้คนปรับตัวกับการ WFH ในรอบนี้ได้ดีขึ้น บางท่านสามารถปรับจนมี Work-life Harmony ได้ดีกว่าในช่วงที่ผ่านมา หนึ่งในสามของผู้ที่ให้สัมภาษณ์ มีความสุขที่ได้ WFH มากกว่า โดยที่ตัวเลขนี้มีความแปรผันกับอายุ เมื่อลงไปดูตามวัย พบว่ากลุ่มเด็กนักศึกษามหาวิทยาลัย มีสัดส่วนที่ไม่ชอบการเรียนออนไลน์สูงกว่า เนื่องจากมองว่า ผู้สอนบางท่านยังไม่มีความเข้าใจในระบบออนไลน์ ทำให้รู้สึกว่า Experience ในการเรียนด้อยลง

ความสุขที่ได้รับจากการ WFH
- ได้ใช้เวลากับคนในครอบครัวมากขึ้น 24%
- ประหยัดเวลาเดินทาง 20%
- มีอิสรภาพในการทำงานสูงขึ้น 12%
- มีสมาธิดีกว่า 9%
- รู้สึกสะดวกสบายมากกว่า 9%

สิ่งที่ขาดจาก WFH
- ต้องการพบปะผู้คน 58%
- อยู่บ้านนานๆ ก็เบื่อ 15%
- ทำงานไม่สะดวก 12%
- ขาดการติดต่อกับคนอื่นๆ ไม่ทันข่าวสาร 12%
- เสียโอกาสในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ความคิดเห็น 12%

ปัจจัยที่ส่งเสริมให้การ WFH มีความสุข คือสิ่งที่ทำให้เกิด Efficiency และความสามารถในการจัดสรรเวลาทำกิจกรรมอย่างอื่น ในขณะที่สิ่งที่ผู้คนรู้สึกขาดหายไป ก็คือ Human Interaction หรือ Social Needs นั่นเอง 

การมีเวลาให้กับตัวเองมากขึ้น เป็นหนึ่งในข้อดีของการ WFH โดยที่ 57% ของผู้สัมภาษณ์กล่าวว่า เขาสามารถออกกำลังกายได้มากขึ้นในช่วงที่ผ่านมานี้ โดยที่สามารถทำได้ทุกวัน เป็นระยะเวลาครั้งละ 30 นาที – 1 ชั่วโมง โดยกิจกรรมออกกำลังกายสุดฮิต คือการวิ่ง Jogging ในบริเวณบ้าน และการออกกำลังกายประเภทโยคะ อีกทั้ง 35% ของกลุ่มผู้ให้สัมภาษณ์ บอกว่าเขาได้รับประทานอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น  

ถึงแม้การ WFH จะช่วยให้ประหยัดเวลา และค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ทำให้มี Efficiency ได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ในภาพรวมแล้วคนส่วนใหญ่ยังคงต้องการที่จะกลับไปทำงานที่ออฟฟิศ หรือเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยด้วยปัจจัยหลักๆ ด้านสถานที่ อุปกรณ์การทำงาน การเรียนการสอนที่พร้อมกว่า ระบบอำนวยความสะดวกในที่ทำงาน ที่ทำให้การประสานงานราบรื่นยิ่งขึ้น ทำให้สามารถแก้ปัญหาได้ทันท่วงที

ปัจจัยที่ทำให้อยากกลับไปทำงานที่ออฟฟิศ
- สามารถพูดคุยปรึกษากับคนอื่นได้ 22%
- ประสานงานได้ง่ายกว่ามาก 20%
- มีอุปกรณ์พร้อมมากกว่า 19%
- สามารถแก้ไขปัญหาได้รวดเร็วกว่า 13%
- รู้สึกมีประสิทธิภาพในการทำงานมากกว่า 11%

ปัจจัยที่ทำให้อยาก WFH
- มีสมาธิในการทำงานมากกว่า 24%
- ทำงานได้เพิ่มขึ้น 24%
- ประหยัดเวลาในการเดินทาง 24%
- สบายใจมากกว่า 12%
- ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง 10%

จากการศึกษาในครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า ไม่ว่า Functional Benefits ของการ WFH จะดีมากแค่ไหน ความต้องการทาง Social Needs ก็จะเป็นจุดผลักดันให้คนอยากมีเวลาที่ออฟฟิศบ้าง

ถ้ามองในด้านการบริหารงานบุคคลขององค์กร นโยบายการสลับวันเข้าทำงานของพนักงาน อาจเป็นแนวทาง Win-Win ให้ทั้งพนักงาน และองค์กรในการบริหารค่าใช้จ่าย เวลา และประสิทธิภาพการทำงาน