13 มกราคม 2565 Am
องค์กรตรวจสอบข้อเท็จจริงระบุว่า YOUTUBE เป็นสื่อกลางบิดเบือนข้อมูลออนไลน์

องค์กรตรวจสอบข้อเท็จจริงจากทั่วโลกกล่าวว่า YouTube ไม่ได้ดำเนินการป้องกันการแพร่กระจายข้อมูลที่บิดเบือนบนแพลตฟอร์มอย่างมากพอ

 

ในครั้งนี้ มีการรวมตัวกันขององค์กรมากถึง 80 องค์กร ที่ได้ร่วมลงนามในจดหมายที่ส่งถึง Susan Wojcicki ผู้บริหารระดับสูงของ Google โดยในจดหมายดังกล่าวระบุว่า YouTube เป็นหนึ่งในช่องทางที่สำคัญในการบิดเบือนข้อมูลออนไลน์และการให้ข้อมูลเท็จทั่วโลก องค์กรจึงต้องการให้ YouTube ดำเนินการกับวิดีโอต่อต้านวัคซีนและการบิดเบือนข้อมูลการเลือกตั้งอย่างจริงจังมากขึ้น

 

โดยผู้ลงนามในจดหมายนั้นมาจากทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นยุโรป, แอฟริกา, เอเชีย, ตะวันออกกลาง, อเมริกา ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลแห่งสหราชอาณาจักรชื่อ Full Fact และทีมตรวจสอบข้อเท็จจริงของ Washington Post

 

จดหมายเปิดผนึกระบุว่า "การดำรงชีวิตถูกทำลาย และผู้คนจำนวนมากสูญเสียคนที่รักไปกับการบิดเบือนข้อมูล" นอกจากนี้ในจดหมายยังกล่าวหาว่า YouTube ไม่ได้พยายามที่จะแก้ไขปัญหาอย่างมากพอ โดยกล่าวว่า “YouTube กำลังอนุญาตให้แพลตฟอร์มของตัวเองเป็นอาวุธของนักแสดงที่ไร้ยางอายในการจัดการและหาประโยชน์จากผู้อื่น" ที่สำคัญปัญหานั้นซับซ้อนขึ้นเมื่อเนื้อหาที่เป็นเท็จไม่ได้มาจากภาษาอังกฤษหรือมาจากประเทศกำลังพัฒนาเท่านั้น ดังนั้นผู้ร่วมลงนามจึงได้เรียกร้องดังต่อไปนี้

 

  • มุ่งมั่นในการจัดการการบิดเบือนข้อมูลบนแพลตฟอร์มให้เกิดความโปร่งใส
  • สร้างข้อมูลขึ้นมาหักล้างมากกว่าแค่การลบวิดีโอที่บิดเบือน
  • ดำเนินการกับผู้กระทำผิดซ้ำๆ
  • เพิ่มความพยายามที่จะจัดการกับข้อมูลบิดเบือนในภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ
  • แก้ไขอัลกอริทึมเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้ส่งเสริมการบิดเบือนข้อมูลให้กับผู้ใช้ หรือแนะนำเนื้อหาที่มาจากช่องที่ไม่น่าเชื่อถือ

 

อย่างไรก็ตาม Elena Hernandez โฆษกของ YouTube ได้กล่าวกับ Guardian ว่าบริษัทฯ ได้ลงทุนในวิธีการต่างๆ "เพื่อเชื่อมโยงผู้คนกับเนื้อหาที่เชื่อถือได้ ลดการแพร่กระจายของข้อมูลที่บิดเบือน และลบวิดีโอที่ละเมิด"

 

เธอยังเสริมอีกว่า "เรามองหาวิธีที่ดีในการปรับปรุงแพลตฟอร์มอยู่เสมอ และจะยังคงเสริมสร้างความเข้มแข็งในการทำงานร่วมกับผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป"

 

ในขณะการระบาดใหญ่ของ Covid-19 เราได้เห็นข้อมูลที่บิดเบือนเกี่ยวกับไวรัสและวัคซีนบน YouTube และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่นๆ เช่น Facebook, WhatsApp และ Twitter ซึ่งล้วนมีเนื้อหาที่ส่งเสริมข่าวปลอมและทฤษฎีสมคบคิดมาอย่างหลายปี

 

ข้อมูลที่บิดเบือนนั้นรวมถึงการฉ้อโกงการเลือกตั้ง วาจาสร้างความเกลียดชัง ทฤษฎีสมคบคิดที่มีแนวคิดหลอกลวง ขณะที่นักวิจารณ์กล่าวว่าแพลตฟอร์มต่างๆ ยังไม่ต่อสู้กับการบิดเบือนข้อมูลอย่างเพียงพอ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต และครอบครัวแตกแยก

 

ปีที่แล้วเกิดเหตุการณ์ชายชาวอังกฤษเสียชีวิตด้วยโควิด-19 หลังจากปฏิเสธที่จะรับวัคซีน ซึ่งถือเป็นความผิดพลาดอย่างมหันต์ อันเกิดจากอิทธิพลของเนื้อหาต่อต้านวัคซีนออนไลน์

 

ในปี 2020 Brian Lee Hitchens คนขับแท็กซี่จากฟลอริดา สูญเสียภรรยาเพราะโควิด-19 หลังจากที่พวกเขาได้รับอิทธิพลจากเนื้อหาบนเฟซบุ๊กที่อ้างว่าการระบาดใหญ่เป็นเพียงเรื่องหลอกลวง

 

ทั้งนี้ YouTube ประกาศเมื่อปีที่แล้วว่าจะลบข้อมูลที่บิดเบือนเกี่ยวกับวัคซีนทั้งหมดออกจากแพลตฟอร์ม และวิดีโอที่โพสต์โดยประธานาธิบดี Jair Bolsonaro ของบราซิลก็ถูกลบออกด้วยเช่นกัน เพราะมีการเผยแพร่ข้อมูลที่ผิดๆ เกี่ยวกับ coronavirus

 

Will Moy ผู้บริหารระดับสูงของ Full Fact บอกกับ BBC ว่าเขาได้กระตุ้นให้ YouTube ทำงานร่วมกับผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอิสระเพื่อปรับปรุงพื้นที่แสดงข้อมูล

 

 

 

 

---Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ รับทำ SEO รับทำการตลาดออนไลน์ รับทำโฆษณา Facebook รับทำเว็บไซต์ ขอนแก่น และรับทำเว็บไซต์ทั่วประเทศ---

 

อ้างอิง: Fact-checkers label YouTube a 'major conduit of online disinformation' - BBC News