มาทำธุรกิจเตรียมรับสังคมสูงวัยกันเถอะ

มาทำธุรกิจเตรียมรับสังคมสูงวัยกันเถอะ

มาทำธุรกิจเตรียมรับสังคมสูงวัยกันเถอะ - wynnsoft solution company limited

มาทำธุรกิจเตรียมรับสังคมสูงวัยกันเถอะ

มาทำธุรกิจเตรียมรับสังคมสูงวัยกันเถอะ

มาทำธุรกิจเตรียมรับสังคมสูงวัยกันเถอะ


ประเทศไทยเริ่มเข้าสู่สังคมสูงวัย เพราะในประเทศมีประชากรกว่า 66 ล้านคน และมีจำนวนผู้สูงอายุที่มากกว่า 65 ปี ประมาณ 6.5 ล้านคน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 9.9 ของประชากรทั้งหมดของประเทศ ถือเป็นประเทศที่มีสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุมากเป็นอันดับสองของอาเซียน รองจากสิงคโปร์ ประเทศไทยจึงเป็นประเทศที่กำลังก้าวสู่สังคมสูงวัย (Aging Society)


ภายในอนาคตคาดว่าประเทศไทยจะมีผู้สูงอายุเพิ่มเป็นร้อยละ 14.4 ก้าวสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ดังนั้นการทำธุรกิจเพื่อให้ตอบรับกับสังคมสูงอายุ ถือว่าเป็นเรื่องที่เหมาะสมพอสมควร เพราะผู้บริโภคกลุ่มนี้ เป็นกลุ่มที่ถือว่ามีอำนาจต่อรองในการจับจ่ายใช้สอย มีกำลังซื้อสูงเนื่องจากมีเงินเก็บจากการทำงานมาทั้งชีวิต เหตุเหล่านี้เองจึงส่งผลให้มีศักยภาพสูงในการบริโภค สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสทางธุรกิจ เป็นอีก 1 ช่องทางสำหรับผู้ประกอบการที่การลงทุน และสามารถแบ่งผู้สูงอายุเป็น 3 ช่วงวัย ดังนี้
                        • ผู้สูงอายุวัยต้น อยู่ในช่วงอายุ 60 – 69 ปี ประมาณ 56% ของจำนวนผู้สูงอายุทั้งหมดหรือราว 4.6 ล้านคน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ทำงานได้และยังคงสนใจในสุขภาพ ดังนั้นสินค้าที่สนใจส่วนใหญ่จึงเป็นด้านสุขภาพ อาหารเสริมหรือเครื่องสำอางที่เน้นความชุ่มชื้น การชะลอวัย
                        • ผู้สูงอายุวัยกลาง อยู่ในช่วงอายุ 70 – 79 ปี มีปริมาณประมาณ 2.5 ล้านคน เป็นกลุ่มที่ต้องการพักผ่อน บางคนอาจมีโรคประจำตัว กลุ่มเหล่านี้ต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้อินเทอร์เน็ต โซเชียลมีเดีย หรือการท่องเที่ยวแบบ Slow life
                        • ผู้สูงอายุวัยปลาย อยู่ในช่วงอายุ 80 ปีขึ้นไป เป็นกลุ่มที่ต้องพึ่งพิงและดูแล มีจำนวนอยู่ประมาณ 1 ล้านคน สนใจธุรกิจเกี่ยวกับการดูแล เช่น เนิร์สซิ่งโฮม จะมีความสำคัญมากขึ้น เหมาะกับสังคมไทยที่เป็นครอบครัวใหญ่ และสินค้าที่อำนวยความสะดวกต่อผู้ดูแล


เมื่อทราบถึงช่วงอายุและลักษณะของธุรกิจที่มีแนวโน้มที่จะเป็นไปได้แล้ว มาดูธุรกิจที่มีความเป็นไปได้กันดีกว่า เพื่อที่จะให้เป็นลู่ทางต่อผู้ประกอบการต่างๆ ที่จะนำไปพัฒนาหรือต่อยอดธุรกิจของตนเองเพิ่มขึ้น
            1.เวชภัณฑ์และการดูแลสุขภาพ (Pharma & Healthcare)
            เมื่ออายุมากขึ้นแน่นอนว่าโรคภัยก็อาจเปลี่ยนแปลง บ้างก็ดีขึ้น บ้างก็แย่ลง ตามวิถีของร่างกาย และส่วนใหญ่มักเปลี่ยนไปเป็นโรคเรื้อรังมากขึ้นกว่า 80% โดยอันดับ 1 ได้แก่โรคหัวใจและหลอดเลือด ตามด้วยโรคมะเร็ง ภาวะสมองเสื่อม เบาหวาน เป็นต้น แนวทางธุรกิจอาจเกี่ยวข้องกับยาและการดูแลสุขภาพ มุ่งเน้นเกี่ยวกับรักษาโรคต่างๆ หรือการช่วยบำบัดให้เป็นร่างกายดีขึ้น

            2.ระบบการเงินผู้สูงวัย
            การได้รับเบี้ยหวัดบำนาญ หรือจากกองทุนต่างๆ ทำให้เงินของผู้อายุเป็นเงินนิ่งที่ไม่ได้มีโอกาสได้ใช้สักเท่าไหร่นัก แนวทางธุรกิจอาจเกี่ยวข้องกับการประกันภัย ประกันชีวิต เกษียณอายุ การจัดการสินทรัพย์ หรือการลงทุนต่างๆ เป็นต้น

            3.สินค้าอุปโภค บริโภค
            กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่มาแรงที่สุด คือ อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เช่น อาหารไขมันต่ำ ไม่มีคอเลสเตอรอล หรือน้ำตาลน้อย ผลิตภัณฑ์ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ เป็นต้น รองลงมาคืออาหารและสินค้าที่มาจากผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ เช่น เครื่องสำองออร์แกนิกส์ ที่ผลิตจากธรรมชาติหรือสมุนไพร เพราะผู้บริโภคมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้ปลอดภัยกว่าการใช้สารเคมี แนวทางธุรกิจอาจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของสินค้า หรือประยุกต์ประโยชน์ของผลิตภัรฑ์ธรรมชาติให้มีความหลากหลาย เพื่อสร้างเป็นเอกลักษณ์ให้กับแบรนด์สินค้าของเรา

            4. การท่องเที่ยวสำหรับผู้สูงอายุ
            การท่องเที่ยวสำหรับผู้สูงอายุ ควรเน้นความสบาย เดินทางง่าย ไม่ลำบาก คำว่าท่องเที่ยวก็คือการพักผ่อน ดังนั้นกิจกรรมที่สร้างความลำบากหรือรำคาญต่อใจคงไม่เหมาะสมสักเท่าไหร่นัก การจัดทำสินค้าเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของผู้สูงอายุก็มีความน่าสนใจมากเช่นเดียวกัน

            5. ธุรกิจบริการผู้สูงวัย
            ปรับเปลี่ยนแผนธุรกิจให้มีความสอดคล้องกับผู้สูงวัยมากขึ้น เช่นการเปิดร้านเร็วขึ้น หรือมีบริเวณกว้างเพิ่มขึ้นภายในร้าน ยกตัวอย่างเช่นร้านกาแฟ ที่มีพื้นที่สำหรับให้รถเข็นหรืออุปกรณ์ช่วยเดินผ่านได้ มีโต๊ะเก้าอี้ที่แข็งแรงมั่นคง หรือเมนูอาหารที่หลากหลายเอื้อต่อผู้สูงวัยด้วย

            6.วัสดุก่อสร้าง – อุปกรณ์สำหรับผู้สูงอายุ
            การออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีความสะดวก ปลอดภัย ต่อผู้สูงอายุภายในบ้าน เพื่อให้การใช้ชีวิตภายในบ้านมีความปลอดภัยยิ่งขึ้น เช่นลูกบิดประตู อาจเปลี่ยนเป็นแบบก้านโยก เป็นต้น

            7.เฟอร์นิเจอร์สำหรับผู้สูงอายุ
            การพักผ่อนของผู้สูงวัยนั้นมีความจำเป็นมาก หลายท่านที่อายุมากขึ้นต้องทำการเปลี่ยนที่นอน ที่นั่งพัก ให้สอดคล้องและเพื่อสุขภาพเพิ่มขึ้น ตัวอย่างเช่น ที่นอนยางพาราที่มีความแข็งตัว หมอนเพื่อผู้สูงอายุ

            8. อสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุ
            จะเป็นธุรกิจอันดับต้นๆ ที่ได้รับประโยชน์จากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ในระยะแรกอาจเป็นการบริการดูแลผู้สูงอายุในระยะสั้น ไปเช้าเย็นกลับ ส่วนอนาคตอาจมีการพำนักระยะยาว ซึ่งสามารถขยายตัวได้มากขึ้นในอนาคต ทั้งนี้ผู้ประกอบต้องติดตามพฤติกรรมของสังคมไทย และรูปแบบธุรกิจที่เหมาะสมกับคนไทย


ในอนาคตประชากรผู้สูงอายุมีมากขึ้นแน่นอน ซึ่งหากมองรวมในมุมอาเซียนและอาเซียน +3 ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ มีผู้สูงอายุรวมกันทั้งหมดกว่า 300 ล้านคน ถือเป็นแนวโน้มที่มีโอกาสสูงขึ้นเรื่อยๆ ในการเพิ่มประชากรสูงอายุ และเป็นอีกช่องทางในการทำธุรกิจ ขยายฐานลูกค้าของผู้ประกอบการ อีกทั้งประเพณีของไทย ในช่วงวันสำคัญต่างๆ ซึ่งเป็นเทศกาลความสุข มักมีการซื้อของไปฝาก หรือเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ กลุ่มสินค้าต่างๆ ข้างต้นที่เหมาะกับผู้สูงอายุ ก็ตอบโจทย์การทำธุรกิจได้เช่นกัน เพราะการเลือกซื้อของที่ดีหรือมีคุณค่า ส่งผลให้ผู้รับเกิดความสุขและประทับใจ สร้างความสัมพันธ์รักใคร่ในครอบครัวเพิ่มขึ้น






ที่มา : terrabkk