10 แนวทางการตลาด ที่ควรเรียนรู้จาก Apple

10 แนวทางการตลาด ที่ควรเรียนรู้จาก Apple

10 แนวทางการตลาด ที่ควรเรียนรู้จาก Apple- wynnsoft solution company limited

10 แนวทางการตลาด ที่ควรเรียนรู้จาก Apple

10 แนวทางการตลาด ที่ควรเรียนรู้จาก Apple

10 แนวทางการตลาด ที่ควรเรียนรู้จาก Apple


ความประสบความสำเร็จทั้งหลายของ Apple นั้นมีให้เราได้เห็นกันอยู่อย่างชัดเจน นั่นอาจเป็นเพราะแนวความคิดและการตลาดของ Apple ที่สามารถเปลี่ยนโลกได้อย่างยิ่งใหญ่ จากยุคคอมพิวเตอร์ไปสู่ยุคสมาร์ทโฟนที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบันอย่างที่ทุกคนได้ทราบกันดี และการที่สินค้านั้นได้รับความนิยมนั้นอาจไม่ได้เกิดจากที่สินค้าเป็น New Innovation เท่านั้น แต่ต้องมีแผนการตลาดที่สามารถสื่อและตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั่วโลกได้

Chirag Kulkarni นั้นได้สรุป 10 แนวทางการตลาดที่สำคัญ ที่น่าเรียนรู้จาก Apple ที่เหมาะกับผู้ประกอบการทุกท่านให้ได้นำไปปรับใช้ให้เข้ากับธุรกิจของตนให้มากที่สุด และในบางครั้งเราอาจจำเป็นต้องศึกษารูปแบบแนวทางความสำเร็จขององค์กรใหญ่ เพื่อให้เราได้เรียนรู้ ตระหนัก และนำมาเป็นความรู้ เพิ่มเติมประสบการณ์ต่างๆ นั้นมาประดับตน เพื่อการทำการตลาดในอนาคตและการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่อาจมาโดยไม่ทันตั้งตัว

1.ทำให้ง่ายเข้าไว้ 
หากการทำการตลาดของเรานั้นซับซ้อนเกินไป หรือเกิดความเข้าใจยากก ก็จะส่งผลต่อการรับรู้ของลูกค้า เพราะโดยปกติแล้วลูกค้านั้นไม่ต้องการข้อมูลมากมายเพียงแต่ต้องการความเข้าใจได้ง่าย ไม่ซับซ้อน ดังนั้น Apple จึงวางแผนการตลาดให้ง่ายมากที่สุด นั่นก็คือมีสเปคสินค้าที่เข้าใจได้ง่าย ราคาชัดเจน โฆษณาที่ใช้สื่อสารก็ตรงไปตรงมาไม่ยาวและยืดเยื้อ เรียกได้ว่าง่าย กระชับ แต่มีพลังมหาศาล

2.โฆษณาสินค้าแบบเนียนๆ
เราอาจเห็นการใช้สินค้าตามรายการทีวี ละคร ภาพยนตร์ หรือการนำตราสัญลักษณ์ของ Apple หรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเข้าไปแทรกอยูู่ในรายการโทรทัศน์หรือภาพยนตร์ได้อย่างกลมกลืน และอีกวิธีการคือให้ดาราคนดัง เซเลป หรือ Influencer ต่างๆ นำสินค้าไปใช้ในชีวิตประจำวัน หรือการอัปโหลดภาพ หรือเรื่องราวลงใน Social Media เช่น Facebook, Instagram ใช้และเผยแพร่ให้ผู้ติดตามไดทราบ (แต่เนื่องจากในปัจจุบันมีการทำแบบนี้อย่างหลากหลาย จนผู้บริโภคสามารถจับได้แล้วว่ามันคือการโฆษณาอย่างหนึ่ง และอาจส่งผลกระทบต่อสินค้าได้หากแท้จริงแล้วรู้วาไม่ได้ใช้สินค้าเหล่านั้นจริง)

3.รีวิวสินค้า
ก่อนเปิดตัวหรือหลังเปิดตัวสินค้าใหม่นั้น จะมีบล็อกเกอร์ที่เกี่ยวกับ IT ที่มีชื่อเสียง จะพากันรีวิวสินค้าต่างๆ มากมาย เพราะว่าพวกเขาเหล่านั้นสามารถชักจูงให้คนทั่วไปและผู้บริโภคอื่นสนใจสินค้าได้มากกว่าที่ทางแบรนด์ออกมาโฆษณาเสียเอง และยังมีผลต่อการซื้ออย่างมาก ซึ่งธุรกิจอื่นรวมไปถึง SMEs สามารถใช้วิธีนี้ได้เช่นกัน เช่น เครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์บำรุงต่างๆ ก็ได้ใช้วิธีการเหล่านี้กันอย่างแพร่หลาย และที่สำคัญต้องทำให้ลูกค้าสามารถเกิดแรงจูงใจที่อยากจะรีวิวสินค้าเองในทางที่ดีให้มากที่สุด

4.เน้น "คุณค่า" มากกว่า "ราคา"
หากสังเกตจะเห็นได้ว่า Apple นั้นไม่เคยลดราคาสินค้า หรือทำสงครามราคากับใครเลย และจะลดราคาก็ต่อเมื่อมีสินค้าตัวใหม่เข้ามาแทนที่ การที่ Apple สามารถยืนราคาสูงกว่าคู่แข่งได้ก็เพราะว่าสามารถส่งต่อคุณค่าของสินค้าให้ลูกค้าได้ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการใช้งาน การใช้งาน คุณภาพของสินค้า การออกแบบ ประสบการณ์การใช้งาน แต่อย่างที่สังเกตเห็นได้ในธุรกิจในปัจจุบันที่ออกสินค้าในตลาดได้ไม่นาน ก็เริ่มทำสงครามกับคู่แข่งแล้ว เพราะคิดว่าถ้าหากสินค้าราคาถูกกว่า ก็จะเป็นผู้ชนะในตลาด แต่ส่วนมากที่พบเจอก็คือแพ้ภัยตัวเอง อาจขาดทุนหรือทำให้ไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์เอาไว้ก็เป็นได้ ดังนั้นควรเน้นที่คุณค่าที่นำเสนอต่อลูกค้าให้มากที่สุด

5.ยึดมั่นในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
จากการให้คุณค่าของ Apple กับผู้ใช้งาน ต้องไม่ใช่แค่สินค้าที่ดีเพียงเท่านั้น แต่รวมไปถึงบรรจุภัณฑ์ หน้าร้าน การโฆษณาหรือแคมเปญต่างๆ ก็ต้องแสดงถึงคุรค่า (Core Value) ที่ส่งต่อให้กับลูกค้าด้วย เช่น SMEs ทำสินค้าเพื่อสุขภาพ Core Value คือ การมอบสุขภาพที่ดีให้กับลูกค้า ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องต้องสื่อสารไปในทิศทางเดียวกัน และต้องย้ำในสิ่งเหล่านั้นตลอดมา เริ่มตั้งแต่การออกแบบบรรจุภัณฑ์ พนักงานขายหน้าร้าน โฆษณาและกิจกรรมทางการตลาด เพื่อเป็นการสื่อและแสดงให้เห็นถึงความต้องการที่จะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า

6.สร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้า 
เพราะ Apple เน้นการสร้างประสบการณ์ให้กับผู้ใช้งานไม่ใช่แค่สินค้า แต่เป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ทั้งการเปิดตัวสินค้า โฆษณา หรือใน Apple Store ทั้งออนไลน์และในร้านค้า ถ้าหากเทียบกับ SMEs หรือธุรกิจง่ายๆ เช่นการขายก๋วยเตี๋ยว ก็คือทำอย่างไรให้เรามีประสบการณ์กับลูกค้าได้ อาจเป็นการแถมโปรโมชั่น หรือการสร้างเอกลักษณ์ขึ้นมา ลูกชิ้นยักษ์ ชามใบใหญ่จัมโบ้ เหล่านี้ก็เป็นการสร้างประสบการณ์การกินแบบใหม่ให้กับลูกค้านั่นเอง

7.พูดภาษาเดียวกับลูกค้า
Apple นั้นได้ทำการศึกษาว่าการที่จะเข้าถึงลูฏค้าได้ ก็ต้องสื่อสารกับลูกค้าด้วยภาษาเดียวกัน นั่นคือการใช้ภาษาในแต่ละชนชาตินั้นๆ เพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์ต่อคนในประเทศและอีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นยอดขายได้อย่างมากอีกด้วย สิ่งสำคัญของ SMEs คือศึกษาและเข้าใจถึงความต้องการของลูกค้า พฤติกรรมการซื้อ การนำเสนอสินค้าและบริการตามที่ลูกค้าสนใจ การพุดภาษาเดียวกับลูกค้านั่นคือการสื่อสารในสิ่งที่ลูกค้าต้องการนั่นเอง

8.สร้างเรื่องราวให้ลูกค้าสนใจ
สำหรับการตลาดของ Apple ที่ประสบความสำเร็จมาเสมอนั่นคือ การสร้างเรื่องราวให้ลูกค้าสนใจในช่วงก่อนเปิดตัวสินค้า ข่าวลือ ภาพหลุด สเปค สินค้ารั่วต่างๆ จนทำให้เกิดเป็นกระแสจนถึงวันเปิดตัวสินค้าจึงเฉลยทุกอย่างออกมาในวันนั้น ส่งผลให้เหตุการณ์ต่างๆ นั้นเกิดเป็นกระแสในโลกออนไลน์ทำให้มีผู้ติดตามรอชมอยางมากมาย

9.ดึงดูดอารมณ์
โฆษณาของ Apple นั้นเน้นแสดงถึงคนที่มีความสุขกับไอพอดและไอแพดมากกว่าเรื่องหน่วยความจำหรือความจุของแบตเตอรี่ แม้แต่แคมเปญโฆษณากล้องก็ไม่ได้เน้นความเจ๋งของสเปคกล้องแต่กลับกลายเป็นแสดงภาพถ่ายจากคนทั่วโลก ที่ใช้ไอโฟนถ่ายภาพเหล่านั้นที่เต็มไปด้วยอารมณ์และความรู้สึก

10.ใช้ภาพสื่อสาร
หากลองสังเกตการโฆษณาของ Apple มักจะใช้ภาพในการสื่อสาร ไม่ว่าจะในเว็บไซต์ หรือโฆษณาที่อื่นๆ ก็มักจะใช้ภาพสื่อสารมากกว่าข้อความหรือคำพูด โดยปกติ Apple จะใช้คำไม่เกิน 10 คำในการอธิบายต่างๆ และการใช้ภาพเพื่อสื่อสารนั้นจะสามารถเข้าถึงอารมณ์และดึงดูดให้ผุ้คนสนใจได้ดีกว่าการใช้คำมากมายบนโฆษณา







ที่มา : thaismeresearch