5 เทคนิคใช้ Social Network กับการตลาดและธุรกิจ

5 เทคนิคใช้ Social Network กับการตลาดและธุรกิจ

5 เทคนิคใช้ Social Network กับการตลาดและธุรกิจ- wynnsoft solution company limited

5 เทคนิคใช้ Social Network กับการตลาดและธุรกิจ

5 เทคนิคใช้ Social Network กับการตลาดและธุรกิจ

5 เทคนิคใช้ Social Network กับการตลาดและธุรกิจ


แนวโน้มในการใช้ Social Network นั้นมีปริมาณเพิ่มขึ้นและมีการเปลี่ยนแปลงไปอยู่ทุกวัน จากยุคแรกที่มีการใช้เพื่อติดต่อสื่อสารและยังไม่มีการนำมาประยุกต์ใช้กับสิ่งอื่นใดมากนัก แต่เมื่อเวลาผ่านเลยไปหลายอย่างก็ได้พัฒนาและมีความสัมผัสกันมากขึ้น มีการนำมาผสานเข้ากับการทำธุรกิจ และผู้คนในสังคมต่างก็ให้ความสำคัญและความสนใจกันมากขึ้น

จากความสนใจเกี่ยวกับ Social Network ที่มากขึ้นจึงมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการนำ Social Network กับการทำการตลาดให้ประสบความสำเร็จ โดยข้อมูลต่อไปนี้อาจช่วยให้เราสามารถนำไปประยุกต์กับสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ในปัจจุบันได้ อีกทั้งอาจเป็นโอกาสในการเพิ่มยอดขาย เพิ่มรายได้ และหนทางธุรกิจอื่นๆ ได้อีกมากมาย

กลุ่มเป้าหมาย
ธุรกิจที่นำ Social Network มาใช้นั้นจะเหมาะกับกลุ่มที่ Social Media สามารถเข้าถึงได้ ส่วนใหญ่นั่นคือกลุ่มวัยรุ่น วัยทำงาน ที่มีอายุระหว่าง 25 - 40 ปี ที่มีกำลังซื้อพอสมควร ในขณะเดียวกันความก้าวหน้าของเทคโนโลยีก็ได้ส่งผลให้มีกลุ่มผู้ใช้งานหลากหลายมากขึ้นขึ้นวัยรุ่นตอนต้น หรือวัยผู้ใหญ่ ก็ได้หันมาไว้ใจและซื้อสินค้าในช่องทางออนไลน์มากขึ้น สิ่งเหล่านี้คือความเปลี่ยนแปลงที่ทำให้เราเห็นภาพได้อย่างชัดเจน

วิธีสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย
สำหรับวิธีการสื่อสารผ่าน Social Network โดยให้กลุ่มเป้าหมายสามารถรับสารได้ทั้งหมดอาจจำเป็นต้องมีเทคนิคและลูกเล่นที่แปลกใหม่น่าสนใจ เพราะคนยุคใหม่เริ่มมองหาสิ่งที่ทำให้พวกเขารู้สึกประหลาดใจได้ และจะให้ความสนใจอยู่กับสิ่งเหล่านั้นนานกว่ารูปแบบการสื่อสารที่มีความคล้ายคลึงเดิม เช่นการสื่อสารตรงๆ ถึงแบรนด์ สินค้า หรือบริการของเรา นี่เป็นสิ่งีท่ไม่ควรปฏิบัติสักเท่าไหร่เพราะไม่มีความน่าสนใจ และทำให้คนไม่ค่อยติดตาม หรืออาจจะด้วยวิธีการกระตุ้นหรือใช้ผู้ที่มีชื่อเสียง มีอิทธิพลต่อการใช้งานสิ่งเหล่านั้นในสังคม (Influencer) เพื่อให้พูดถึงสินค้าของเรา เพราะจะทำให้คนเริ่มหันมาสนใจและพูดถึงแบรนด์และสินค้าของเรามากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว

เชื่อหรือไม่ว่ากว่า 86% ของคนทั่วไปมักจะไม่เชื่อสิ่งที่สินค้าหรือแบรนด์นั้นพูดถึงตัวเอง แต่กว่า 78% ของคนทั่วไปมักเชื่อในสิ่งที่คนอื่นนั้นพูดถึงเกี่ยวกับแบรนด์และสิ่งค้าเหล่านั้น ด้วยเหตุผลเหล่านี้ทำให้ผู้ที่โด่งในโลกออนไลน์ (Online Celebrity) จึงถูกแบรนด์ต่างๆ เข้าไปร่วมงานด้วย และมีพ่วงสินค้าไปใช้เพื่อให้เกิดเป็นกระแสอีกด้วย เนื่องจากว่าความเป็นโลกออนไลน์นี้เองที่ไปได้รวดเร็วกว่ากลุ่ม Celeb ทั่วไปและอีกทั้งสามารถเพิ่มโอกาสเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอื่นๆ ได้

การขายสินค้าผ่าน Social Network
ในการขายสินค้าโดยตรงผ่านสื่อ Social หรือผ่านการโปรโมทต่างๆ ของแบรนด์อาจเป็นการเพิ่มยอดขายได้น้อยกว่า แต่สิ่งที่น่าสนใจมากกว่านั้นคือ การขายแบบอ้อมๆ หรือ in-direct ที่ให้คนอื่นได้พูดถึงและบอกต่อกันออกไปผ่านสื่อ Social โดยการใช้ Social Network นั้นใช้ในการสื่อสาร ส่งข้อความมากกว่าในการใช้เพิ่มยอดขายนั่นเอง ดังนั้น นักการตลาดที่ดี "ต้องเข้าใจ" และสามารถ "วางกลยุทธ์" ในการผสมผสาน Social Network เข้ากับ e-Commerce ให้ได้อย่างกลมกลืนที่สุด เมื่อนั้น Social Network จะสามารถสร้างยอดขายให้กับสินค้าหรือ brand ได้อย่างมหาศาลเลยทีเดียว 

หาความโดดเด่นให้แตกต่างจากคู่แข่ง
เป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้อยู่แล้วเพราะเรื่องของการตลาด หรือรูปแบบที่เข้าถึงลูกค้านั้นต้องมีการซ้ำกันบ้างเป็นเรื่องปกติ แต่จะทำอย่างไรให้สินค้าบริการของเราโดดเด่น เริ่มแรกอาจดูจาก Positioning จุดยืนทางการตลาดว่าเรากับคู่แข่งมีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ต่อมาคือการสร้างเครือข่ายให้กว้าง หรือการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้ตรงจุดมากกว่า สิ่งสุดท้ายนั่นก็คือการสร้างสรรค์แบรนด์ สินค้า หรือบริการของเราให้เกิดความโดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่ง หรือการนำเทคโนโลยี Innovation เข้ามาใช้

ปัจจัยความสำเร็จ (Key Success Factors) ของการทำการตลาดบน Social Network
โดยจะแบ่งเป็นข้อต่อไปนี้
1.Positioning จุดยืน จุดเด่นของเราคืออะไร ทำไมต้องเข้ามาติดตาม และจะได้อะไรกลับไป
2.การมีคนอยู่ในเครือข่าย หรืออยู่ในทีมของเราก็จะทำให้เราได้เปรียบในส่วนของข้อความที่ได้โปรโมทและส่งออกไป ก็จะทำให้มี Impact และมีความสามารถในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น
3.Trust การสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ของเรา
4.Content ที่ถูกส่งออกไปต้องมีคุณภาพ น่าสนใจ เป็นเนื้อหาที่ดีมีประโยชน์ ไม่ใช่เป็นสิ่งที่เรายัดเยียดลงไป
5.มีการสื่อสารอย่างต่อเนื่องกับกลุ่มเป้าหมาย
6.สร้างกลยุทธ์ทางการตลาดโดยเปลี่ยนจาก ผู้ชม (Visitor) เป็น ผู้ซื้อ (Customer) หรือสร้าง Conversion rate ให้เกิดขึ้น
7.โปรโมทให้มีผู้เข้ามาติดตามเราในสื่อ Social ให้มากที่สุด แต่ต้องมีกลยุทธ์ที่น่าสนใจมากพอที่จะกระตุ้นหรือทำให้มีคนเข้ามาตามเราได้

การนำเทคนิคข้างต้นไปปรับใช้กับการตลาดและธุรกิจของเราจะช่วยให้เรามีวิธีการจัดการกับแบรนด์ของเรากับสื่อออนไลน์มากขึ้น สิ่งที่สำคัญคือต้องมีความคิดสร้างสรรค์ มีความโดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ คุณภาพที่ต้องมีอย่างสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้ก็จะทำให้มีผู้คอยติดตามและสนับสนุนแบรนด์ของเราอยู่เสมอมา เพราะความสม่ำเสมอนั้นเป็นสิ่งสำคัญต่อการทำธุรกิจ








ที่มา : manager