7 อาวุธ ติดปีกให้ธุรกิจยุคดิจิทัล

7 อาวุธ ติดปีกให้ธุรกิจยุคดิจิทัล

7 อาวุธ ติดปีกให้ธุรกิจยุคดิจิทัล- wynnsoft solution company limited

7 อาวุธ ติดปีกให้ธุรกิจยุคดิจิทัล

7 อาวุธ ติดปีกให้ธุรกิจยุคดิจิทัล

7 อาวุธ ติดปีกให้ธุรกิจยุคดิจิทัล


ปัจจุบันมีการแข่งขันกันทางธุรกิจมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการค้าภายในประเทศ หรือการส่งออกรูปแบบต่างๆ ผนวกกับการมาของยุคดิจิทัล (Digitalization) ที่พวกเราคุ้นเคยจากการใช้อินเทอร์เน็ตในชีวิตประจำวัน ซึ่งปัจจัยนี้เองที่ทำให้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคในระยะเวลาไม่นาน และโลกอินเทอร์เน็ตนี้เองที่ทำให้ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ในวงกว้างมากยิ่งขึ้น 

7 ปัจจัยต่อไปนี้ ที่ทำให้บริษัทยุคใหม่นั้นเติบโตได้อย่างรวดเร็ว

1.อินเทอร์เน็ต (Internet)
ปัจจัยหลักที่ทำให้ธุรกิจเหล่านี้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะว่าอินเทอร์เน็ตคืออีกหนึ่งช่องทางที่สามารถเข้าถึงผู้ใช้งานได้มากที่สุด คนทั้งโลกสามารถเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ตได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว จึงส่งผลให้ธุรกิจที่มีอินเทอร์เน็ตเข้ามาเกี่ยวข้องนั้นเติบโตอย่างรวดเร็ว อีกทั้งสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและเปลี่ยนแปลงกลุ่มเป้าหมายได้ เพราะในบางครั้งความต้องการของกลุ่มลูกค้าในแต่ละพื้นที่นั้นมีจำกัดจึงต้องให้มีการกระจายความต้องการของสินค้า เพื่อให้กลายเป็นความต้องการของคนทั้งประเทศ หรืออาจจะทั้งโลก

2.ขายตรงไปยังผู้บริโภค (Direct to Customer)
ด้วยความที่เป็นธุรกิจรูปแบบใหม่ที่สามารถให้การบริการลูกค้าผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้ เข้าไปใช้บริการต่างๆ ผ่านทางออนไลน์ได้ทันที เช่นกันสามารถสร้างรายได้ได้ทันทีโดยที่ไม่มีสินค้าเป็นสิ่งของ ไม่ต้องส่งสินค้าไปให้ เช่น บริการลงโฆษณาผ่านทางกูเกิ้ล เฟซบุ๊ก โดยผู้ใช้บริการจะชำระเงินโดยตรงผ่านทางอินเทอร์เน็ตทันที เปรียบเสมือนการขายสินค้าที่ส่งจากแหล่งผลิตโดยตรง ซึ่งวิธีการนี้สามารถทำให้ควบคุมต้นทุนได้และนำมาซึ่งกำไรที่เพิ่มขึ้น 

3.กลยุทธ์หางยาว (Long Tail)
กลยุทธ์ที่สามารถขายสินค้านับล้านรายการผ่านอินเทอร์เน็ตได้ทันที โดยไม่จำเป็นว่าต้องขึ้นอยู่กับพื้นที่แสดงสินค้า หากคุณมีหน้าร้าน โอกาสที่จะนำของนับล้านชิ้นไปแสดงเพื่อขายคงเป็นไปได้ยาก เนื่องจากพื้นที่จำกัดจึงจำเป็นต้องคัดเลือกสินค้าที่มีเรทติ้งดี ขายดี มาวางหน้าร้าน ดังนั้นสินค้าที่ไม่ได้แสดง โอกาสที่จะขายได้ก็หายไปด้วย และหากต้องการโชว์สินค้าเยอะๆ ก็อาจทำให้ต้องเช่าที่เพิ่มขึ้นทำให้เสียค่าเช่าเยอะเช่นกัน แต่หากในโลกอินเทอร์เน็ตนั้นสามารถชมและค้นหาสินค้าต่างๆ ได้อย่างง่ายดายเพียงไม่กี่คลิก อีกทั้งไม่มีผลต่อต้นทุนทางธุรกิจ แต่การทำเป็นข้อมูลดิจิทัลอย่างนี้นอกจากจะเพิ่มความสะดวกต่อลูกค้าแล้ว ลูกค้ารายอื่นยังสามารถเข้าถึงสินค้าเราได้อย่างง่ายดายเช่นกัน

4.การสร้างนวัตกรรม (Innovation)
หลายบริษัทเติบโตอย่างรวดเร็วนั้นเป็นเพราะมีการพัฒนาสินค้าและบริการใหม่ๆ ขึ้นอยู่เสมอ เช่น Google นั้นเปิดตัวบริการใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่อง แอปเปิ้ลก็มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ทุกปี การสร้างนวัตกรรมไม่ได้เกิดจากการสร้างสินค้า (Product) หรือบริการ (Service) การสร้างนวัตกรรมยังสามารถสร้างให้เกิดขึ้นกับขบวนการ (Process) ของการทำธุรกิจได้อีกด้วย 

5.โมเดลทางธุรกิจ (Business Model)
สามารถเกิดขึ้นได้ทุกวัน ดังนั้นไม่ควรยึดติดอยู่กับโมเดลธุรกิจเดิม ลองคิดอะไรใหม่ๆ ที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาต่อยอด เพราะเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยน โมเดลทางธุรกิจใหม่ๆ ก็จะเกิดขึ้นด้วย เช่น เว็บไซต์ Groupon.com เว็บรวมส่วนลดและดีลพิเศษ ที่ทำให้คนทั่วไปสามารถซื้อส่วนลดสินค้าต่างๆ ได้โดยประหยัดไปมากกว่า 50% ทางออนไลน์ และกระตุ้นให้เกิดการบอกต่อไปทาง Social Network วิธีการแบบนี้ทำให้เกิดการกระจายข้อมูลข่าวสารไปได้ง่าย

6.แนวคิดแบบ Lean
การนำความต้องการหรือคุณค่าที่ลูกค้าให้ความสำคัญต่อผลิตภัณฑ์มาเป็นตัวตั้ง ดังนั้นการทำกิจกรรมอะไรที่ทำแล้วไม่ตรงกับคุณค่าดังกล่าวก็ถือเป็นความสูญเปล่า (Waste) การสร้างวัฒนธรรมแบบลีนเพื่อให้คนในองค์กรมีแนวคิดและการปฏิบัติแบบลีน จะทำให้องค์กรสามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างดีกว่า เร็วกว่า และถูกกว่าได้อย่างยั่งยืน 

7.การหาคู่หูทางการเงินที่เข้มแข็ง เพื่อสนับสนุนธุรกิจ
การมีเงินหมุนเวียนในธุรกิจถือเป็นออกซิเจนที่หล่อเลี้ยงธุรกิจในยุคปัจจุบัน การเลือกธนาคารมาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจในสภาวะเศรษฐกิจผันผวนอย่างทุกวันนี้ถือว่าสำคัญมาก เนื่องจากธนาคารไม่ได้เพียงแต่ทำหน้าที่ให้กู้เงิน ชำระเงิน แต่ยังทำหน้าที่ให้คำปรึกษาด้านการลงทุน แนะนำในการป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน รวมถึงจัดหาคู่ค้าได้อีกด้วย







ที่มา : Pawoot