Warning: Cannot modify header information - headers already sent by (output started at /home/wynnsoft/public_html/template/landingpage.php:39) in /home/wynnsoft/public_html/classes/preheader.php on line 3
7 เทคนิคทำการตลาดให้มีประสิทธิภาพ
7 เทคนิคทำการตลาดให้มีประสิทธิภาพ

7 เทคนิคทำการตลาดให้มีประสิทธิภาพ

7 เทคนิคทำการตลาดให้มีประสิทธิภาพ- wynnsoft solution company limited

7 เทคนิคทำการตลาดให้มีประสิทธิภาพ

7 เทคนิคทำการตลาดให้มีประสิทธิภาพ

7 เทคนิคทำการตลาดให้มีประสิทธิภาพ


การทำการตลาดจำเป็นต้องมีการทำควบคู่กับการขายสินค้า เพราะถือเป็นการโปรโมทและทำให้สินค้าของเรานั้นเป็นที่รุ้จักและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าเพิ่มมากขึ้น หากสินค้าของเราและการตลาดยังไม่ดึงดูดใจนักช้อปเท่าที่ควร เทคนิคต่อไปนี้จะช่วยให้ทำให้สินค้าของเรามีการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน

1.กำหนดเป้าหมายที่แท้จริง
การทำการตลาดที่กำหนดเป้าหมาย เพื่อให้เป็นการทำการตลาดที่ไม่เสียเวลา และตรงกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่วางไว้ให้มากที่สุด เมื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายแล้วต้องพูดคุยและทำการศึกษากลุ่มลูกค้าเพื่อเป็นการพัฒนาแบรนด์สินค้าเพิ่มขึ้น

2.การโปรโมทผ่านโซเชียลให้เหมาะสมและได้ผลตรงตามวัตถุประสงค์
ปัจจุบันสื่อโซเชียลนั้นมีมากมายและยังมีอิทธิพลต่อผู้คนในสังคม การโปรโมทสินค้าผ่านโซเชียลถือว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจ แต่ไม่ใช่จะโปรโมทลงไปในทุกช่องทางโซเชียล เราควรมีการวางแผนในการลงโปรโมทเพราะทุกช่องทางค่อนข้างมีค่าใช้จ่ายและมีต้นทุน อีกทั้งบางสินค้าอาจไม่ได้เหมาะกับทุกช่องทางที่เราจะโปรโมท เช่น หากเป็นสินค้าที่มีรูปภาพเยอะๆ อาจเหมาะกับช่องทาง Facebook, Instagram เป็นต้น 

3.ทำให้สินค้านั้นสามารถค้นพบได้ง่ายขึ้น
หากสินค้าของเราโปรโมทอยู่ในที่ที่สามารถพบเห็นได้ง่าย หรือมีการกระจายสินค้าหลากหลาย ละมีการโปรโมทอย่างสม่ำเสมอ เช่นการทำ SEO หรือการใช้ช่องทางใหม่ๆ ในการเผยแพร่สินค้า อาจเป็นสื่ออื่นๆ ที่แตกต่างออกไปจากเดิม 

4.การใช้บรรจุภัณฑ์ ความสะดวกในการใช้
เมื่อต้องการให้คนสนใจในสินค้า อาจจำเป็นต้องมีการใช้บรรจุภัณฑ์ให้สวยงาม และแฝงความโดดเด่นไว้ภายใน สามารถสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้ และในบางครั้งอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าได้เช่นกัน

5.โปรโมทสินค้า
การทำให้สินค้าเป็นที่รู้จักผ่านกระแสสังคมต่างๆ ที่ผ่านเข้ามา และนำกระแสเหล่านั้นมาประยุกต์ให้เข้ากับธุรกิจของตนด้วย ยกตัวอย่างเช่น กระแส Pokemon Go ฟีเวอร์ ที่หลายร้านอาหารลงทุนซื้อไอเท็ม ปล่อยซากุระล่อโปเกม่อนในบริเวณร้านของตน หรือใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์ในเกมให้เป็นประโยชน์ จนสามารถดึงลูกค้าเข้ามาได้เป็นจำนวนมาก

6.สร้างพันธมิตรกับสินค้าแบรนด์อื่น 
เปรียบเสมือนการช่วยพัฒนาแบรนด์ซึ่งกันและกัน การร่วมพันธมิตรกันระหว่างแบรนด์สินค้าอาจก่อให้เกิดสิ่งใหม่ที่ทำให้เป็นที่น่าจดจำต่อผู้บริโภคและส่งผลต่อทั้งสองแบรนด์ได้เป็นอย่างดี เช่นแบรนด์เสื้อผ้าร่วมมือกันกับแบรนด์รองเท้า โดยเอาเนื้อผ้าสีสันสดใสหรือความเฉพาะของแบรนด์มาออกแบบเป็นรองเท้า

7.พัฒนาตนเอง ศึกษาตลาดอยู่เสมอ
สมมติว่าแบรนด์สินค้าของเรานั้นประสบความสำเร็จได้ในระยะหนึ่งแล้ว สิ่งที่ควรทำต่อไปนั่นก็คือศึกษากลุ่มลูกค้า ลงพื้นที่เพื่อสำรวจความต้องการ ความชอบ ที่ลูกค้ามีต่อสินค้าของเรา เพื่อนำมาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้สินค้ามีทิศทางที่ดียิ่งขึ้น อีกทั้งความประทับใจเป็นสิ่งจำเป็นที่แบรนด์ต้องสร้างต่อลูกค้าเสมอ






ที่มา : positioningmag