8 เทคนิคเพิ่มลูกค้าด้วยการทำให้เว็บติดหน้าแรกของ Google

8 เทคนิคเพิ่มลูกค้าด้วยการทำให้เว็บติดหน้าแรกของ Google

8 เทคนิคเพิ่มลูกค้าด้วยการทำให้เว็บติดหน้าแรกของ Google- wynnsoft solution company limited

8 เทคนิคเพิ่มลูกค้าด้วยการทำให้เว็บติดหน้าแรกของ Google

8 เทคนิคเพิ่มลูกค้าด้วยการทำให้เว็บติดหน้าแรกของ Google

8 เทคนิคเพิ่มลูกค้าด้วยการทำให้เว็บติดหน้าแรกของ Google


โลกออนไลน์ในปัจจุบันนี้มักมีลูกค้ามาจากการค้นหาผ่าน Search Engine และสำหรับประเทศไทยผู้ใช้งานมากกว่า 99% ใช้ Google ในการหาข้อมูลต่างๆ ซึ่งหากเราสามารถใช้ Keyword ที่คนค้นหาเกี่ยวกับสินค้าและบริการ จะส่งผลให้เว็บไซต์ของเราติดอันดับแรกๆ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มผลกำไรให้กับธุรกิจของเราอีกด้วย และเทคนิคต่อไปนี้คือวิธีการเพิ่มลูกค้าด้วยการปรับแต่งเว็บไซต์ของให้ติด Google มาดูกันเลย

1.หาคำหรือคีย์เวิร์ดที่ลูกค้าค้นหาถึงสินค้าหรือบริการของคุณ
เพราะคีย์เวิร์ดจะเป็นสิ่งที่ผู้ใช้งานใช้ค้นหาสิ่งที่ต้องการทำการค้นหา อาจเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ส่วนเครื่องมือที่จะเป็นตัวช่วยในการค้นหาคีย์เวิร์ด ได้แก่
- Google Keywords Planner (https://adwords.google.com/KeywordPlanner) ช่วยวางแผนการหาคีย์เวิร์ด
- Google Trends (www.google.com/trends) เครื่องมือวิเคราะห์ว่ามีคีย์เวิร์ดไหนมีคนนิยมเท่าไร
- Google Analytics (www.google.com/analytics) ติดตั้งแล้วดูว่าลูกค้ามาที่เว็บไซต์คุณด้วยคีย์เวิร์ดอะไรบ้าง
- Truehits Keywords (http://directory.truehits.net/keyword.php) แหล่งรวมคีย์เวิร์ดที่คนไทยนิยมใช้ในแต่ละวัน

2.สร้าง Content ที่มีคุณภาพและเกี่ยวข้องกับ Keyword
เมื่อทราบว่าผู้ใช้งานใช้คำค้นหรือสนใจเกี่ยวกับอะไรแล้วนั้น หากต้องการดึงดูดให้มีผู้ใช้งานเข้ามาที่เว็บไซต์ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเขียนบทความที่มีความสอดคล้องกับเนื้อหาที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ดึงดูดความสนใจ และควรเขียนเนื้อหาบทความที่มีคุณภาพ โดยในหน้านั้นจะมีการใส่คำและคีย์เวิร์ด ที่เราต้องการให้มี “จำนวนซ้ำ(Keyword Density)” มากพอ เช่น เว็บเกี่ยวกับรองเท้า บทความเกี่ยวกับจะเกี่ยวกับเทคนิคการเลือกรองเท้าส้นสูง, เทรนด์รองเท้าในปีล่าสุด เป็นต้น และในหน้าบทความที่เขียน ต้องมีคำว่า “รองเท้า” อยู่ในบทความหลายๆ คำ เพราะยิ่งคีย์เวิร์ดซ้ำมากเท่าไร Google ยิ่งมองว่าเว็บไซต์หน้านั้นเกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ดมากขึ้น ยิ่งจะทำให้อันดับในการแสดงผลอยู่ต้นๆ ของผลการค้นหาใน Google แต่ระวังอย่าใส่มากจนเกินไป เพราะ Google อาจมองว่าคุณเข้าข่ายสแปมคีย์เวิร์ด อาจจะทำให้หน้านั้นๆ หายไปจาก Google

3.ใส่ Keyword ลงไปในจุดสำคัญของเว็บไซต์ Google
ให้ความสำคัญกับคีย์เวิร์ดที่ตำแหน่งสำคัญๆ ของหน้าเว็บไซต์ของคุณ หากคุณสามารถแทรกและใส่คีย์เวิร์ดลงไปในตำแหน่งเหล่านี้ได้ จะทำให้ Google มองว่าหน้านั้นๆ จะเกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ดที่เราใส่เข้าไป โอกาสที่หน้านั้นจะอยู่ในอันดับต้นก็มีมากเช่นกัน โดยมีตำแหน่งทีสำคัญได้แก่
- Title (ชื่อหน้า) คือ คำอธิบายตรงส่วนหัวของเว็บไซต์
- URL คือ ชื่อของเว็บไซต์หน้านั้นๆ หากเราสร้าง URL ที่มีคีย์เวิร์ดลงไปก็จะทำให้มีโอกาสมากขึ้น เช่น www.abc.com/keyword
- Description (รายละเอียด) คือ คำอธิบายย่อๆ ว่าเว็บเราเป็นเว็บเกี่ยวกับอะไร เพื่อให้คนทราบคร่าวๆ ว่าเว็บนี้มีเนื้อหาตรงกับที่ตนเองกำลังสนใจค้นหาอยู่หรือไม่

4.หน้าเว็บรองรับกับมือถือ (Mobile Compatibility)
มือถือกลายเป็นเครื่องมือหลักที่ใช้งานเข้าสู่อินเทอร์เน็ต Google จึงให้ความสำคัญเว็บไซต์ที่มีหน้าที่รองรับมือถือและแบบที่ทำแยกสำหรับมือถือต่างหาก (Mobile Site) หรือจะเป็นหน้าเว็บที่ขยาย ลดขนาดหน้าตามอุปกรณ์ (Responsive) ซึ่งถ้าหากเว็บไซต์ของเรารองรับมือถือ Google จะให้คะแนนพิเศษและเพิ่มโอกาสให้เว็บไซต์แสดงผลลัพธ์อันดับต้นๆ เมื่อมีการค้นหาผ่านมือถือ

5.ความเร็วของเว็บไซต์ (Site Speed)
Google ให้ความสำคัญและใส่ใจกับความเร็วของการโหลดหน้าเว็บไซต์ หากเว็บไซต์นั้นโหลดได้ช้า Google จะให้คะแนนและลดอันดับของเว็บไซต์หน้านั้นลงจากผลลัพธ์การค้นหา ดังนั้นการพัฒนาเว็บไซต์ให้เว็บไซต์แสดงผลได้เร็ว ทั้งรูปแบบของเว็บไซต์ และที่ๆ เก็บข้อมูลเว็บไซต์ (Hosting) ควรจะเร็วด้วยเช่นกัน

6.เว็บไซต์มีการเข้ารหัสความปลอดภัยด้วย https (Site Security)
Google ให้ความสำคัญกับการแอบดูข้อมูลออนไลน์ Google เลยให้ความสำคัญกับเว็บไซต์ที่มีการเข้ารหัสด้วย https (ปกติจะเป็น http) เพราะข้อมูลที่ส่งจากเว็บไซต์นั้นๆ จะมีความปลอดภัยมากขึ้น ซึ่ง Google จะให้คะแนนและอันดับของเว็บไซต์ที่มี https เพิ่มมากขึ้นด้วย ดังนั้นการปรับเว็บไซต์ให้รองรับระบบการเข้ารหัสความปลอยภัยจะทำให้ลูกค้ารู้สึกปลอดภัยมากขึ้น และอันดับใน Google ก็จะดีขึ้นด้วยเช่นกัน

7.มีการใช้โซเชียลมีเดียและเว็บไซต์ (Social Media Integration)
ช่องทางที่ใช้ติดต่อหากมีเพียงเว็บไซต์อย่างเดียวคงไม่เพียงพอกับการติดต่อสื่อสารกับลูกค้า การมีโซเชี่ยลมีเดียอย่าง Facebook, Twitter หรือโดยเฉพาะ Google Plus สำหรับเว็บไซต์หรือธุรกิจจะช่วยทำให้ Google เพิ่มคะแนนและอันดับให้เว็บไซต์ได้อีกด้วย เพราะด้วยความที่มีตัวตนในช่องทางอื่นๆ บนโลกโซเชียลมีเดียจะช่วยทำให้ธุรกิจของเรามีความน่าเชื่อถือมากขึ้น แต่อย่าลืมเชื่อมโยงโซเชียลมีเดียทั้งหมดกับหน้าเว็บไซต์ของเราด้วย

8.กระตุ้นและโน้มน้าวใจให้ลูกค้าพูดถึงเว็บไซต์และ Social Media
ยิ่งมีคนพูดถึงชื่อเว็บไซต์ของเราในโซเชียลมีเดียมากเท่าไร ยิ่งมีลิงก์ไปหาเว็บไซต์ของเรามากขึ้น ก็จะยิ่งช่วยเป็นการสร้างความเชื่อมโยงจากลูกค้าไปยังเว็บไซต์ของเราและเว็บไซต์ของเราก็จะได้คะแนนพิเศษ ซึ่งจะทำให้เว็บของเรานั้นอยู่ในอันดับสูงๆ เช่นเดียวกัน ดังนั้นหากเราต้องการวางแผนให้คนอื่นๆ พูดและอ้างอิงถึงเว็บไซต์ของเราออกไปในโซเชียลมีเดียให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการ สร้างเนื้อหาที่น่าสนใจ ที่มีคนนำไปแชร์และบอกต่อในโซเชียลมีเดียเป็นจำนวนมากก็จะช่วยได้มากทีเดียว








ที่มา : pawoot