28515129852256
อยากทำการค้าในเมียนมา ต้องรู้!

อยากทำการค้าในเมียนมา ต้องรู้!

อยากทำการค้าในเมียนมา ต้องรู้!- wynnsoft solution company limited

อยากทำการค้าในเมียนมา ต้องรู้!

อยากทำการค้าในเมียนมา ต้องรู้!

อยากทำการค้าในเมียนมา ต้องรู้!


เมื่อเปิดอาเซียนแล้ว การทำการค้ากับเพื่อนบ้านย่อมมีมากขึ้น นักลงทุนในประเทศไทยหลายท่านได้เลือกที่จะเข้าไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านต่างๆ เนื่องจากมีกำลังการซื้อที่สะพัดอยู่พอสมควร และเมียนมาคือ หนึ่งในเป้าหมายของตลาดที่ผู้ประกอบการไทยนั้นได้ให้ความสนใจ อาจเป็นเพราะด้วยศักยภาพทางเศรษฐกิจที่มีการขยายตัวสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ด้วยอัตราเฉลี่ยราว 8% ต่อปี จึงส่งผลให้ประเทศเมียนมาเป็นปรเทศที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจอย่างมากนั่นเอง เช่นเดียวกันหากเรามีความสนใจ เราอาจจะต้องทำการศึกษาให้ดีและครบถ้วน หากจะมองเพียงแค่ค้าขาย ลงทุน หรือมองเพียงเรื่องของเศรษฐกิจอย่างเดียวอาจไม่พอ เราอาจต้องศึกษาถึงรูปแบบการใช้ชีวิต ชีวิตประจำวันของคนส่วนใหญ่ การบริโภคต่างๆ มีความสนใจเกี่ยวกับสิ่งใด เพื่อให้เข้าใจรูปแบบของคนในประเทศเมียนมา เพื่อเป็นการปรับปรุงและรับมือในธุรกิจของเรา เหล่านั้นทั้งหมดคือโอกาสทางธุรกิจที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

และเหตุผลต่อไปนี้ คือสิ่งที่เราต้องศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมการบริโภคของผู้บริโภคในเมียนมา เพื่อให้เราเตรียมรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นและการปรับปรุงในธุรกิจของเราด้วย

ต้องการสิ่งอำนวยความสะดวก
กลุ่มชนชั้นกลางที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วตามภาวะเศรษฐกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีกำลังซื้อมากขึ้นรวมไปถึงมีความต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกมากขึ้นนอกจากปัจจัย 4 โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าที่มาแรงในขณะนี้ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น ถือเป็นสินค้าที่กำลังมาแรงในกลุ่มผู้บริโภคเมียนมายุคใหม่ นับตั้งแต่ประเทศเมียนมาได้ทำการเปิดประเทศ มูลค่าการนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยและเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ มีเพิ่มมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้า, อิเล็กทอนิกส์ และรถยนต์ 

ใส่ใจเกี่ยวกับสุขภาพและความงาม
กระแสดูแลตัวเอง รักษาสุขภาพ รวมไปถึงความสวยความงามนั้นเป็นกระแสที่กำลังมาแรงทั่วโลก เช่นเดียวกันเมียนมาก็เป็นหนึ่งในนั้น ประกอบกับคุณภาพชีวิตของชาวเมียนมาที่ยกระดับขึ้นเรื่อยมาหลังจากเปิดประเทศ ไม่ว่าจะเป็นรายได้ที่สูงขึ้น การเข้าถึงข่าวสารและข้อมูลต่างๆ ที่เปิดกว้างมากขึ้น จึงส่งผลให้ชาวเมียนมานั้นมาสนใจและความสำคัญในเรื่องสุขภาพ อีกทั้งองค์การอนามัยโลก (WTO) ได้ประเมินค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของเมียนมา ซึ่งพบว่ามีตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 23% และธุรกิจความงามก็เช่นเดียวกัน เมียนมาถือเป็นตลาดที่เติบโตเร็วและกลายเป็นเป้าหมายที่สำคัญของแบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำทั่วโลกอีกด้วย 

โหยหาความบันเทิง
เพราะในช่วงที่ประเทศเมียนมามีนโยบายปิด ธุรกิจบันเทิงต่างๆ ในประเทศถูบควบคุมและจำกัด แต่ภายหลังจากที่เปิดประเทศแล้ว กลับกลายเป็นว่าธุรกิจบันเทิงและสันทนาการเป็นธุรกิจที่เติบโตมากที่สุด ชาวเมียนมาที่มีรายได้ระดับกลางถึงสูงจะมีค่าใช้จ่ายด้านบันเทิงและสันทนาการสูงถึงราว 11-15% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด มากเป็นอันดับ 2 รองจากค่าใช้จ่ายด้านอาหาร ทำให้ธุรกิจบันเทิงหลายรูปแบบในเมียนมากำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจโรงภาพยนตร์

มีการใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบ
เมื่อสังคมของชาวเมียนมาได้เปลี่ยนไป เข้าสู่งการเป็นสังคมเมืองมากขึ้น ชีวิตประจำวันที่เป็นอยู่ก็ได้มีการเปลี่ยนไป ประชาชนในเขตเมืองมีความเร่งรีบในการใช้ชีวิตมากขึ้น ประกอบกับการได้รับวัฒนธรรมใหม่ๆ จากต่างประเทศ ส่งผลให้การรับประทานอาหารจานด่วน Fast Food กลายเป็นหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความนิยมจากกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ กระแสการดื่มกาแฟก็มีเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ธุรกิจชื่อดังต่างๆ จากต่างประเทศก็ได้เข้ามาเปิดบริการในเมียนมา ากที่เคยมีเพียงไม่ถึง 5 แฟรนไชส์ในปี 2556 เป็นราว 50 แฟรนไชส์ในปัจจุบัน โดยเฉพาะในเมืองย่างกุ้งและมัณฑะเลย์ ไม่ว่าจะเป็น Pizza Hut, KFC, Lotteria, Swensens, Gloria Jean’s Coffees, True Coffee เป็นต้น

เสพติดโซเชียล
กระแสเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาเพิ่มขึ้น มีอิทธิพลมากขึ้นในสังคม ส่งผลให้มีจำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นจากราว 100,000 คนในปี 2553 เป็นราว 11 ล้านคนในปัจจุบัน เช่นเดียวกับจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเช่นกันจาก 4 ล้านเลขหมายในปี 2557 เป็นราว 50 ล้านเลขหมายในปัจจุบัน ส่งผลให้ Social Media กำลังกลายเป็นช่องทางสื่อสารที่เข้ามามีอิทธิพลอย่างมากต่อผู้บริโภคชาวเมียนมา โดยเฉพาะ Facebook ซึ่งถือเป็น Social Media ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในเมียนมา หรือคิดเป็น 99% ของ Social Media ทั้งหมด และกลายเป็นช่องทางการตลาดที่ได้รับความนิยมสูงอีก 1 ช่องทาง

พฤติกรรมการบริโภคและความต้องการของชาวเมียนมาที่ส่งผลต่อธุรกิจอย่างหลากหลาย ส่งผลให้เกิดช่องทางที่น่าสนใจต่อนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ และสิ่งที่จะทำให้ธุรกิจยั่งยืนนั้นอาจมาจากการเอาใจใส่ในผู้บริโภค ความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง หรือประกอบกับประสบการณ์ในการทำธุรกิจจากประเทศของตนเอง นำไปปรับและเปลี่ยนเพื่อให้เข้ากับประเทศที่เราทำการค้า เพื่อยอดขายและผลกำไรที่ดีขึ้นในอนาคต


 






ที่มา : smethailandclub