สิ่งจูงใจลูกค้าในการซื้อสินค้าหรือบริการ

สิ่งจูงใจลูกค้าในการซื้อสินค้าหรือบริการ

สิ่งจูงใจลูกค้าในการซื้อสินค้าหรือบริการ- wynnsoft solution company limited

สิ่งจูงใจลูกค้าในการซื้อสินค้าหรือบริการ

สิ่งจูงใจลูกค้าในการซื้อสินค้าหรือบริการ

สิ่งจูงใจลูกค้าในการซื้อสินค้าหรือบริการ


เมื่อทำธุรกิจไปสักพักสิ่งที่เห็นตามมาก็คือ เราอาจไม่ตอบโจทย์ลูกค้าเท่าที่ควร จึงทำให้การซื้อสินค้าและบริการนั้นมีการยอดขายที่ไม่ขยับหรือกระเตื้องขึ้นแม้แต่น้อย คำถามเหล่านี้มักเป็นคำถามที่ผู้ประกอบการต่างหาคำตอบอยู่เสมอ ต้องทำอะไร หรือหาคำตอบว่าสิ่งใดเป็นแรงจูงใจให้ลูกค้าหันมาสนใจซื้อสินค้าและบริการ

แน่นอนว่าถ้าหากตอบคำถามได้ ธุรกิจเราก็มีโอกาสไปได้ไกลและประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน จากงานวิจัยของ Harvard Business Review ที่น่าสนใจชิ้นหนึ่ง โดยเป็นงานวิจัยที่ทำให้อเมริกาเหนือและยุโรป ถึง 14,000 คน กับ 4 ประเภทสินค้า ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ น้ำอัดลม สินค้าเทคโนโลยี และเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยสรุปได้ดังต่อไปนี้ 

ฟังเค้ามา (Word of Mouth) , เห็นเค้าใช้ (Peer Observation)
ซึ่งจากผลการวิจัยพบว่า การที่ลูกค้าเห็นคนอื่นใช้ เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าเทคโนโลยี มักจะมีผลการซื้อมากกว่าการฟังเค้ามา ในส่วนของโทรศัพท์มือถือนั้น การที่ลูกค้าจะฟังมาและเห็นลูกค้าคนอื่นใช้ ก็มีผลในการซื้อเท่าๆ กัน และน้ำอัดลมนั้นจะไม่ได้มีผลการซื้อมาจากการเห็นหรือดื่มจากลูกค้าคนอื่น แต่เป็นเรื่องของรสชาติที่เข้ามาเกี่ยวข้องนั่นเอง

การสร้างแบรนด์นั้นมีส่วนสำคัญมาก เนื่องจากการที่เห็นคนอื่นใช้แล้ว เราสามารถสังเกตแบรนด์ได้จาก รูปลักษณ์ภายนอก สี ทรง และอื่นๆ ที่มีผลต่อการรับรู้ของแบรนด์ เมื่อเราเห็นจึงสามารถตอบได้ทันทีว่ารูปแบบนั้นคือแบรนด์อะไร ตัวอย่างเช่น ถ้าหากเราเห็นสายหูฟังสีขาว เราก็จะตอบได้เลยว่าเป็นแบรนด์ Apple หรือเสื้อโปโลสีเขียว ก็อาจตอบได้ว่าเป็นแบรนด์ Lacoste หรือการที่เราเห็นร้านอาหารเปิดใหม่ และได้ยินมาว่าร้านนี้ดัง เมื่อเราผ่านไปที่ร้านและเห็นคนรอต่อคิว ก็ทำให้ร้านนั้นน่าสนใจและอยากกินขึ้นมาทันที

ดังนั้นเมื่อลูกค้าได้ตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการแล้ว เราจึงจำเป็นต้องพยายามดึงดูดใจคนกลุ่มใหญ่ให้ได้ ดังจะเห็นได้ว่าแบรนด์ดังต่างๆ นั้นมักจะดึง Influencer จากกลุ่มต่างๆ มาใช้ เพื่อกระตุ้นให้คนที่ติดตามบุคคลท่านนั้น หรือคนในกลุ่มนั้นเห็นแล้วได้ติดตาม และทำตามในเวลาต่อมา ตัวอย่างเช่น หากสินค้าเราเป็นสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อม เราต้องดึงกลุ่มอนุรักษ์มาใช้สินค้า และหากเป็นสินค้าเกี่ยวกับสุขภาพ ก็ต้องดึงคนที่มีชื่อเสียงด้านสุขภาพ คนที่หุ่นสวย รูปร่างดี มี Six Pack เป็นผู้ที่มีคนติดตามเยอะ เป็นต้น

การประชาสัมพันธ์ว่ามีคนใช้มากแค่ไหน
เมื่อสินค้าชิ้นนี้ขายไปแล้ว 100,000 ชิ้น หรือมียอดขายมากกว่า 100 ล้านใน 1 ปี ก็สามารถดึงดูดให้ลูกค้าสนใจและทดลองซื้อสินค้าหรือบริการอื่นๆ ได้ แต่อย่าลืมว่าที่สำคัญข้อมูลนั้นควรจะเป็นความจริง นำเสนอแต่ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ไม่อย่างนั้นจะเข้าข่ายหลอกลวงผู้บริโภค อีกทั้งอย่าลืมว่าข่าวสารบนโลกออนไลน์นั้นไปไวมาก เมื่อจะเผยแพร่หรืออัปโหลดสิ่งใดควรคิดให้รอบคอบ พึงระวังสิ่งที่จะตามมา ผลดี ผลเสีย อีกทั้งต้องไม่ส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น หรือสร้างความเสียหายต่อบุคคลอื่นๆ อีกด้วย

เมื่อเราสามารถดึงดูดให้ซื้อสินค้าหรือบริการแล้ว ไม่ว่าจะเป็นจากการโฆษณา หรือการถูกชักชวนต่างๆ ก็จะเกิดการซื้อซ้ำได้ (Re-Puechase) ที่สำคัญสินค้าและบริการต้องดี มีคุณภาพ มีการพัฒนาแบรนด์และสินค้าอยู่เสมอ และอย่าลืมว่าการรักษาลูกค้าเดิมให้คงอยู่ไว้นั้นยากกว่าการหาลูกค้าใหม่ อีกทั้งยังเป็นการประหยัดงบทางการตลาดอีกด้วย







ที่มา : thaismeresearch