ซื้อสินค้าออนไลน์ยังไงไม่ให้โดนโกง

ซื้อสินค้าออนไลน์ยังไงไม่ให้โดนโกง

ซื้อสินค้าออนไลน์ยังไงไม่ให้โดนโกง- wynnsoft solution company limited

ซื้อสินค้าออนไลน์ยังไงไม่ให้โดนโกง

ซื้อสินค้าออนไลน์ยังไงไม่ให้โดนโกง

ซื้อสินค้าออนไลน์ยังไงไม่ให้โดนโกง


ยุคนี้ที่การซื้อขายออนไลน์เฟื่องฟูมากขึ้นกว่าแต่ก่อน คนในสังคมหันมาสนใจและไว้วางใจในการซื้อขายออนไลน์มากขึ้น ส่วนใหญ่การซื้อขายนั้นก็สำเร็จเสร็จสมบูรณ์ไปได้ด้วยดี แต่มีบางกรณีที่อาจเรียกได้ว่าโชคร้าย ถูกแก๊งต้มตุนหรือคนขายของบางคนหลอกเอาเงิน หลอกขายของ ไม่ได้สิ่งที่ซื้อ เสียเงิน เสียใจ และเสียเวลาไปเปล่าๆ เหล่านี้เองก็ทำให้มีผู้กังวลบ้างในการซื้อขาย แต่ผู้ขายส่วนใหญ่ก็พยายามทำให้ลูกค้าสามารถเชื่อถือและไว้ใจได้ จากการขายสินค้าก่อนหน้า หรือการยืนยันตัวตนด้วยวิธีการต่างๆ

เช่นเดียวกันกับเทคนิคต่อไปนี้ที่จะเป็นตัวช่วยให้คุณสามารถตรวจสอบได้ว่าร้านค้าออนไลน์นั้นๆ มีอยู่จริงหรือไม่ เพื่อให้คุณมั่นใจในการซื้อขายสินค้าออนไลน์เพิ่มมากขึ้น

1.เช็กจากเว็บไซต์ร้านค้า
- ชื่อเว็บไซต์มีความน่าเชื่อถือหรือไม่ เว็บที่ลงท้ายด้วย .cc มีความไม่น่าเชื่อถือเพราะเป็นชื่อโดเมนที่แจกฟรี
- เช็กชื่อเว็บว่าเว็บนั้นจดมานานแล้วหรือยัง เว็บไซต์ที่ลงท้ายด้วย .com สามารถเช็กได้ที่ http://dawhois.com และ .th เช็กได้ที่ http://thnic.co.th/whois สำหรับเว็บไซต์ที่เปิดมานานแล้วมากกว่า 6 เดือน จะมีความน่าเชื่อถือมากกว่าเว็บที่เพิ่งเปิดเพียงไม่กี่เดือน (ส่วนใหญ่เว็บที่หลอกลวงมักเปิดได้ในช่วงเวลาสั้นๆ)
- หากเป็นเว็บไซต์ที่เปิดกับผู้ให้บริการที่มีชื่อเสียงก็จะมีความน่าเชื่อถือระดับหนึ่ง เพราะผู้ให้บริการจะมีการตรวจสอบร้านค้ามาก่อน เช่น http://ชื่อร้าน.tarad.com หากต้องการตรวจสอบสามารถติดต่อผู้บริการได้โดยตรง
- เช็กเว็บบอร์ดของเว็บไซต์ (หากมี) ดูการตั้งคำถามและโต้ตอบของผู้ซื้อกับผู้ขาย อัตราการโต้ตอบ กระทู้ล่าสุดที่ตอบ หากเว็บบอร์ดร้าง ไม่มีคนใช้ หรือละเว้นจากการใช้งานนานแล้วก็ควรหลีกเลี่ยงการซื้อขาย
- หากซื้อสินค้าทาง Instagram, Facebook หรือ Social media อื่นๆ ควรจะขอหลักฐานการยืนยันตัวตนว่าผู้ขายมีตัวตนอยู่จริง เช่นการขอ Facebook ส่วนตัว และทั้งนี้ต้องระวัง Account ที่เพิ่งสร้างขึ้น
- ตรวจสอบสินค้าหน้าเว็บไซต์ การอัปเดตเว็บไซต์ หากเว็บไซต์มีการอัปเดตเป็นประจำ เช่นมีสินค้าใหม่ มีการเปลี่ยนแปลงโปรโมชั่น การเปลี่ยนแปลงข่าวสารหน้าเว็บเป็นประจำ นั่นแสดงให้เห็นว่าเจ้าของร้านนั้นดูแลหน้าร้านอยู่ตลอดเวลา ทำให้เราสามารถมั่นใจในร้านนั้นได้มากขึ้น
- ดูว่ามีลูกค้าเคยซื้อสินค้ากับร้านนี้หรือไม่ แล้วลองติดต่อไปเพื่อสอบถามคนที่เคยซื้อไปว่าบริการของทางร้านเป็นยังไง สินค้าและบริการเป็นอย่างไร เราจะได้มั่นใจมากขึ้น
- หากสินค้าราคาถูกเกินไปโปรดระวังให้ดี ตรวจสอบเกรดสินค้าให้ครบถ้วน เพราะอาจถูกหลอกได้

2.ตรวจสอบข้อมูลของเจ้าของเว็บไซต์ร้านค้า
- ควรมีเบอร์ติดต่อ หากเป็นเบอร์บ้านจะมีความน่าเชื่อถือมากกว่าเพราะมือหลักแหล่งแน่นอน 
- ในเว็บไซต์ควรมีที่อยู่ของธุรกิจแสดงอยู่ เพื่อบ่งบอกว่าร้านค้าหรือเจ้าของร้านอยู่ที่ไหน จะมีความน่าเชื่อถือและดีกว่าเว็บไซตืที่ไม่แสดงที่อยู่จริงๆ
- ดูชื่อ-นามสกุลจริงของเจ้าของร้าน แสดงชื่อหรือไม่ และมีตัวตนอยู่จริงหรือไม่ ตรวจสอบเลขบัญชีธนาคารที่จะโอน ลองตรวจสอบใน Google เผื่อมีประวัติไม่ดี หรือเป็นข้อมูลปลอม
- หากเว็บไซต์นั้นมีการจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจ กระทรวงพาญิชย์ก็จะมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น เช็กและตรวจสอบได้ที่ http://www.dbd.go.th/edirectory

3.การซื้อและชำระสินค้า
- ชำระเงินด้วยบัตรเครดิต (หากร้านค้ารองรับ) เพราะหากมีปัญหา เราสามารถดึงเงินกลับได้เพราะเป็นชำระเงินแบบ “เครดิต” ซึ่งแตกต่างกับการจ่ายเงินสด หรือโอนเงิน เพราะหากจ่ายไปแล้ว แล้วผู้ขายเอาเงินออกไป ก็ยากที่จะไปเอาเงินคืน

*คำแนะนำอื่นๆ *
- หากไม่มั่นใจในร้านนั้นๆ อาจเริ่มจากสั่งสินค้าที่ราคาถูกก่อน หากบริการดีและมีความน่าเชื่อถือ แล้วค่อยฝากเนื้อฝากตัวเป็นลุกค้าประจำก็ได้เช่นกัน








ที่มา : pawoot