การตลาดยุคดิจิทัลที่ควรเลิกทำในปี 2017

การตลาดยุคดิจิทัลที่ควรเลิกทำในปี 2017

การตลาดยุคดิจิทัลที่ควรเลิกทำในปี 2017- wynnsoft solution company limited

การตลาดยุคดิจิทัลที่ควรเลิกทำในปี 2017

การตลาดยุคดิจิทัลที่ควรเลิกทำในปี 2017

การตลาดยุคดิจิทัลที่ควรเลิกทำในปี 2017


เข้าสู่ยุคดิจิทัลกันแล้ว ประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะพัฒนาเป็นประเทศที่มีการค้าอย่างสมบูรณ์และเสรียิ่งขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นในทุกช่วงเวลาคือการทำการตลาดให้ผลิตภัณฑ์ของเรานั้นน่าสนใจ ในส่วนนี้ก็มักจะเป็นหน้าที่ของเหล่านักการตลาดทั้งหลาย โดยเทคนิคหรือวิถีการต่างๆ ที่เคยใช้ อาจต้องนำมาปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับยุคสมัยและการหมุนอย่างรวดเร็วของโลกเรา โปรดจงตระหนักว่าการใช้การตลาดแบบเดิมในสมัยก่อนนั้น อาจไม่ได้ผลและผู้บริโภคอาจรู้จักหนทาง จนทำให้เกิดเป็นการตลาดที่น่าเบื่อส่งผลให้ผู้บริโภคอาจเมินในตัวสินค้าของเราได้

1.ไม่รู้จักการแบ่งสัดส่วนการตลาด Segmentation และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย Targeting
ความสนุกของการทำการตลาดดิจิทัล คือการทำ Tagreting ผ่านเครื่องมือต่างๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการทำ Segmentation มากที่สุด เพราะว่าความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทำให้เราสามารถเลือกเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการได้ กลุ่มเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงได้มากขึ้น โดยใช้ข้อมูลต่างๆ อาทิ กลุ่มประชากร Demographic, ลักษณะจิตวิทยา Psychographic หรือความสนใจต่างๆ ของผู้บริโภค เพื่อนำไปสู่การทำ Customization ในระดับที่ลึกขึ้น ฉะนั้นการทำสื่อดิจิทัลแบบ Traditional ประเภทที่มี Artwork ชิ้นเดียวแล้วใช้กับกลุ่มเป้าหมายขนาดใหญ่ อาจทำให้ไม่ได้ผลตามที่คาดหวังไว้

2. สนใจยอด Like Share View
นักการตลาดจะมุ่งหวังเพียงแค่ยอดเหล่านี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้ เพราะตัวเลขที่สูงอาจไม่ได้ส่งผลดีต่อผลิตภัณฑ์ การมีคอนเทนต์ที่ดีหรือ Viral Video ที่มีคนเข้าชมมาก แต่ไม่ได้ทำให้คนมองย้อนกลับมาที่ผลิตภัณฑ์ของเรา ยอดเหล่านั้นก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไร ดังนั้นยอดแชร์หรืออื่นๆ ควรมีความสัมพันธ์กับการถูกสนใจในผลิตภัณฑ์ด้วยเช่นกัน

3. ขาดจุดแตกต่างของคอนเทนต์
แนวคิด Content Marketing เริ่มเติบโต Fan page แต่ละเพจก็เริ่มทำคอนเทนต์กันมากขึ้นโดยมุ่งเน้นให้ประโยชน์กับกลุ่มเป้าหมาย มีการสร้างคอนเทนต์ที่ก๊อปมาจากที่ต่างๆ หรือเรียบเรียงใหม่แล้วโพสต์อีกครั้งหนึ่ง การทำลักษณะนี้มีความนิยมมากในช่วง 2-3 ปี แต่ในขณะนี้ก็เกลื่อนและเกร่อกันเต็มตลาด การทำคอนเทนต์แบบ Curated Content อย่างสมัยก่อนจึงไม่ง่ายอีกต่อไป ดังนั้นต้องสร้างคอนเทนต์ใหม่ให้มีประโยชน์ต่อผู้บริโภคและสอดคล้องกับสินค้าของตนเอง ที่สำคัญต้องสร้างจุดเด่นและจุดขายให้ตนเองด้วย

4. ใช้ Influencer โดยดูแต่ยอดผู้ติดตาม
เครื่องมือยอดฮิตในการทำการตลาด คือ การใช้ Influencer ที่มียอดผู้ติดตามเยอะๆ ซึ่งในปัจจุบันที่ใครก็สามารถเป็นคนดังได้ เพราะการตลาดแบบปากต่อปาก หรือผ่านคนดัง ผู้บริโภคมักให้ความสนใจและสนใจในผลิตภัณฑ์เป็นพิเศษ โดยสมัยก่อนจะนับยอดผู้ติดตามแล้วคำนวณเป็นเงิน แต่ในตอนนี้คนในสังคมเริ่มรู้ทัน การเขียนอวยผลิตภัณฑ์หรือสินค้าแบบเดิมๆ อาจไม่เป็นที่ดึงดูดใจเท่าแต่ก่อนแล้ว ดังนั้น Influencer ในปัจจุบันต้องมีความรอบรู้และฐานแฟนคลับที่เชื่อมั่นใน Influencer มากพอสมควร และปฏิสัมพันธ์ของ Influencer กับผู้ติดตามของเขาด้วย สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดจะทำให้การเลือกใช้ Influencer ของเรามีประสิทธิภาพ

5. ทำ Seeding
การทำ Seeding ประเภทเชียร์แบบเนียนๆ หรือ หน้าม้า เพื่อให้รู้สึกว่าสินค้านั้นๆ เป็นที่นิยม วิธีอย่างนี้มีกันมานานแล้ว เป็นการจ้างมาเพื่อชมผลิตภัณฑ์ของตนเอง หรือการโจมตีคู่แข่ง ซึ่งเป็นวิธีการที่ไม่ค่อยดีนักเพราะเป็นเหมือนกับการหลอกลวง ไม่ซื่อสัตย์ต่อผู้บริโภค มันอาจได้ผลต่อคนบางกลุ่มและในบางครั้งอาจส่งผลเสียต่อผลิตภัณฑ์นั้นได้ถ้าหากเหล่าผู้บริโภครู้ว่านี่คือการเชียร์สินค้าที่ไม่เป็นความจริง






ที่มา : nuttaputch