เพิ่มยอดขาย ด้วยการทำ Customer Extension

เพิ่มยอดขาย ด้วยการทำ Customer Extension

เพิ่มยอดขาย ด้วยการทำ Customer Extension- wynnsoft solution company limited

เพิ่มยอดขาย ด้วยการทำ Customer Extension

เพิ่มยอดขาย ด้วยการทำ Customer Extension

เพิ่มยอดขาย ด้วยการทำ Customer Extension


Customer Extension หรือ การขยายฐานลูกค้า นั่นก็คือการเพิ่มสินค้าและบริการที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าที่มีความหลากหลาย ซึ่งส่วนนี้เป็นส่วนสำคัญต่อธุรกิจเพราะเป็นการเพิ่มกำไรและยอดขายให้กับผู้ประกอบการได้

เพราะทุกธุรกิจคาดหวังว่าจะต้องได้รับความสำเร็จจากการการขาย มียอดขายที่ตรงไปตามเป้า และขยายตลาดเพิ่มขึ้นได้ในทุกปี เพราะหากสินค้าติดตลาดและตรงไปตามเป้าหมาย ยอดขายก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ผู้ประกอบการต้องทราบเทคนิคต่อไปนี้เพื่อปรับปรุงและพัฒนา เพื่อให้มียอดขายเพิ่มขึ้น

1.Re-sell การรับรู้และตอบสนองความต้องการของลูกค้าเดิม
การตอบสนองต่อลูกค้าเดิมนั้นถือเป็นวิธีที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุดในการขยายการเติบโตของธุรกิจ เพราะโลกดิจิทัลนั้นเป็นโลกที่มีความเปลี่ยนแปลงในสินค้าและบริการค่อนข้างไว ความสะดวกและความทันสมัยหลายอย่างเป็นสิ่งที่ทำให้มีความลังเลในการซื้อสินค้าประเดิมกับยี่ห้อเดิมได้ แต่การรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ ด้วยวิธีการเน้นการขายสินค้าเดิม+โปรโมชั่นต่างๆ หรือการเพิ่มปริมาณสินค้าให้มากขึ้น  ลดราคาให้กับลูกค้าเก่าเป็นต้น วิธีการเหล่านี้จะทำให้ลูกค้านั้นประทับใจและจงรักภักดีกับแบรนด์ 

2.Cross-sell การขายข้ามผลิตภัณฑ์
ความพัฒนาของเทคโนโลยีนั้นสามารถทำอะไรได้มากขึ้นกว่าเดิม และอาจมีบางสิ่งที่ทำให้คาดไม่ถึง เช่น Software บน Internet สามารถจับพฤติกรรมของผู้บริโภคได้ว่ามีความสนใจและเคยซื้อสินค้าชนิดใด ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ทำให้ผู้ประกอบการสามารถนำเสนอสิ่งที่ลูกค้าต้องการได้ การ Cross-sell นั่นก็คือ การนำสินค้าที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้าซื้อ หรือสามารถใช้ได้กับสิ่งที่เคยซื้อไปแล้ว เช่นโปรโมชั่นรองเท้าของสุภาพสตรีให้กับลูกค้าที่ซื้อเสื้อผ้าสุภาพสตรีไป

3.Up-sell ขายสินค้าที่มีคุณภาพด้วยราคาที่สูงขึ้น
วิธีการนี้คล้ายกับการ Cross-sell คือการแนะนำสินค้าที่มีความใกล้เคียงกับสินค้าเดิม แต่เป็นการแนะนำสินค้าที่มีคุณภาพสูงขึ้นและขณะเดียวกันก็มีมูลค่ามากขึ้นไปด้วย เช่น การจองห้องพักที่โรงแรม เราอาจนำเสนอ Upgrade Package ให้กับลูกค้าและบอกถึงสิทธิพิเศษที่จะได้รับ

4.Reactivation กระตุ้นให้กลับมาสนใจสินค้า
การสื่อสารการตลาดกับลูกค้าคนเดิม ที่อาจละเว้นการซื้อสินค้าจากเราไป หรือหยุดการซื้อ ติดต่อสื่อสารกับแบรนด์ไปเป็นระยะเวลาที่นานพอสมควรแล้ว ให้กลับมาซื้อสินค้าและบริการของเราอีกครั้ง เช่น การส่ง E-Newsletter แนะนำสินค้าใหม่ โปรโมชั่นใหม่ ที่ทำให้ลูกค้าสนใจ หรืออาจใช้วิธี remarketing ด้วยการโฆษณาแบบออนไลน์ บน Google Adwords, Facebook Ads เป็นต้นเพื่อเป็นการดึงดูดให้ลูกค้ากลับมาสนใจสินค้าอีกครั้ง

5.Referrals แนะนำและบอกต่อโดยลูกค้าปัจจุบัน
วิธีการนี้จะเกิดขึ้นจากการที่ลูกค้าที่มาซื้อสินค้ากับเราแล้วเกิดความประทับใจเกิดขึ้น ก็อาจแนะนำให้กับคนรู้จักโดยการบอกต่อกันไป แต่สิ่งที่จะกระตุ้นให้การบอกเล่าเกี่ยวกับสินค้าเกิดเป็นความจริงจังขึ้นมามากกว่าการบอกกล่าวที่ผ่านเลยไป ผู้ประกอบการอาจทำการจัดโปรโมชั่น สิทธิพิเศษ เช่น การให้คูปองกับลูกค้าเก่าเพื่อให้ไปแจกจ่ายลูกค้าที่ยังไม่เคยใช้บริการ เมื่อลูกค้าใหม่มาซื้อสินค้าก็จะได้รับสิทธิพิเศษ เป็นต้น
แต่สิ่งที่จะทำให้เรามีลูกค้าที่เหนียวแน่น นั่นก็คือมาตรฐานการใส่ใจบริการลูกค้า และคุณภาพของสินค้า ทั้งหมดนี้ถ้าหากเราใส่ใจและยังมีการพัฒนาให้ดีขึ้นอยู่เสมอ แน่นอนว่าลูกค้าก็ต้องจงรักและภักดีในแบรนด์ของเราอย่างแน่นอน






ที่มา : blog.readyplanet